กลอนธรรมะสอนใจ ให้ผ่อนคลายใจเย็น ทำใจให้เป็นสุข

กลอนธรรมะสอนใจ

กลอนธรรมะสอนใจ

วันพระหลายๆคนก็ไปทำบุญตักบาตรฟังธรรมเทศนากันใช่ไหมละค่ะแน่นอนค่ะ แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงธรรมเทศนาผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ของท่านผ่านกลอนของจอคอมพิวเตอร์าที่ท่านกำลังนั่งอ่านอยู่ขณะนี้ กลอนของประเทศไทยที่เราเห็นและอ่านๆกันอยู่ไม่เพียงแค่มีแต่กลอนรักกลอนหึงหวงหลอนอกหักกลอนหวานๆเท่านั้นนะค่ะรู้นไหมเอ่ย?? ว่ามีกลอนธรรมะสอนใจกันด้วย อ่ะๆๆ!!! ถ้าไม่เข้าถึงพระธรรมอาจจะไม่ค่อยได้อ่านหรือไม่เคยอ่านเลยใช่ไหมละค่ะแน่นอนคะว่ากลอยธรรมะนั้นค่อนข้างหาพบเจอยากนิดหน่อยเพราะปัจจุบันเด็กมากกว่าผู้ใหญ่อีกวัยรุ่นนั้นก้เยอะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากเด็กน้อยๆเป็นวัยรุ่นจากวัยรุ่นเป็นผู้ใหญ่นี่แหละค่ะกลอนสอนธรรมะนั้นค่อนข้างจะหายากค่ะแต่ตามเว็บส่วนใหญ่ที่เป็นเว็บธรรมะนั้นจะมีกลอนธรรมะเยอะอยู่ค่ะกลอนธรรมะนั้นมีทั้งกลอนโดนๆกลอนสั้นกลอนยาวกลอนสอนใจมากมายเลยละค่ะกลอนธรรมะสอนใจคลายยึดตนของพระตามเว็บต่างๆนั้นก็ลงไว้เยอะแยะมากมายเลยละค่ะซึ่งถ้าตามเว็บพระนั้นเราจะเจอกลอนค่ะแต่ถ้าเป็นเว็บต่างๆที่เป้นเว็บแจกลอนค่อนข้างเป็นกลอนวัยรุ่นนั้นจะไม่ค่อยเจอหรอกค่ะเพราะเป้นเว็บที่เน้นวัยรุ่นโดยเฉพาะค่ะกลอนธรรมะเป็นกลอนสอนใจเด็กๆหรือสอนใจคนให้เป็คนดีค่ะจงต้องส่งเสริมอย่างมากๆเลยละค่ะกับกลอนธรรมะเพราะว่านอกจากจะเป้นกลอนที่สอนใจและมีประโยชนร์แล้วเราไม่ต้องเสียเงินมานั่งรอกลอนธรรมะเข้าผ่านมือถือนะค่ะเพราะเราสามารถอ่านจากเว็บได้ฟรีรือเอาไปสอนใจคนต่อๆไปอย่างหวังดีได้ฟรีอีกด้วยละค่ะ

กลอนธรรมะสอนใจ

กลอนธรรมะสอนใจ


กลอนธรรมะสอนใจ

กลอนธรรมะสอนใจ


กลอนธรรมะสอนใจ

กลอนธรรมะสอนใจ


กลอนธรรมะสอนใจ

กลอนธรรมะสอนใจ


กลอนธรรมะสอนใจ

กลอนธรรมะสอนใจ


________________________________________________________

เรื่องหยุดทำร้ายตัวเอง

มนุษย์เรา มีอารมณ์และความรู้สึกอันหลากหลาย
แต่ละอารมณ์ จะสนองตอบตามความเคยชินของสิ่งที่กระทบ
โกรธ เมื่อมีคนมาด่าว่า หรือนินทา
ชื่นชอบ พอใจ เมื่อคำเยินยอหรือสรรเสริญ เอ่ยถึงชื่อตน
แต่สิ่งเหล่านี้ก็มิได้อยู่กับเรา คงทนหรือถาวร
มีเกิดขึ้น…แล้วหายไป…เกิดขึ้น….แล้วดับไป
เป็นเช่นนี้ ครั้งแล้วครั้งเล่า

ทุกสิ่งอย่างเป็นไปตามกฏแห่งธรรมชาติ (ธรรมะ)
มิได้เป็นไปตามความต้องการของใจ
เราโกรธเขา เกลียดเขา ว่าร้ายเขา
ด้วยคิดว่าได้ความสะใจ สาสมใจ ที่ได้โกรธ ได้เกลียด
และคิดว่าตนเองอยู่เหนือเขา ชนะเขา
แต่หารู้ไม่ว่า ความรู้สึกและอารมณ์นั้นๆ….
กำลังข่มขี่ และทำร้ายตัวเราเอง….
ให้เราเป็น…ผู้แพ้

เมื่อใดก็ตาม ที่เราโกรธ เกลียด เพ่งโทษ มุ่งร้าย….ใครสักคน
ตอนนั้นเอง เราหาได้ทำร้ายคนที่เราโกรธหรือเกลียดไม่
แต่เรากำลังทำร้าย และข่มเหงตัวเราเองโดยไม่รู้ตัว
และความรู้สึก และอารมณ์นั้นๆ ก็มิได้เป็นความสุขสงบเย็น
และทำให้ผู้ถือมั่นในอารมณ์ และความรู้สึกเช่นนี้ก็จะสะสมพอกพูน….
ความน่ารังเกลียดให้กับตนเอง

การอภัย และอโหสิกรรมให้กับเขาผู้ล่วงละเมิดเรา
แม้คนๆ นั้นจะเคยเป็นศรัตรู หรือเคยทำร้ายเราก็ตามที
เพื่อจะได้ปลดปล่อยตัวเราเองจาก “ตนนั่นแหล่ะที่ทำร้ายตนเอง”
นี่คือ ผลบุญที่เห็นทันตาของการให้อภัยไม่ถือสา
แต่เป็น “อุเบกขา” ด้วยความเข้าใจทั้งทางโลกและทางธรรม ธรรมะ

ศัตรูก็คือใจของเรานั้นเอง อยากชนะสื่งใดจงชนะใจตนเองให้ได้ก่อน เป็นนายของใจให้ได้ก่อน ชีวิตจะพบความสำเร็จได้ไม่ยากเลย

________________________________________________________

มารยาทของผู้เป็นใหญ่

ผู้ใหญ่ไม่ใช่อยู่ที่เกิดก่อน ผู้ดีไม่ใช่อยู่ที่เรียนสูง
มารยาทจรรยาของการเป็นผู้ใหญ่ ก็คือต้องสุขุมรอบคอบ และไม่ยึดติดเสียงเป็นหลัก
คือ ต้องไม่หวั่นไหวกับคำนินทาและสรรเสริญ

________________________________________________________

โลกิยะ หรือ โลกุตระ

คนที่เดินทางโลกุตระ ย่อมไปดีทางโลกิยะไม่ได้
คนที่เดินทางโลกิยะ ย่อมสำเร็จทางโลกุตระได้ยาก เพราะอะไร ?
ถ้าคนหนึ่งสำเร็จได้ทั้งโลกิยะ และโลกุตระง่ายแล้ว
ทำไม องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธโคดม
ต้องสละราชบัลลังก์แห่งจักรพรรดิไปเป็นธรรมราชาเล่า ?
ถ้าเป็นไปได้ พระองค์เป็นมหาจักรพรรดิพร้อมทั้งธรรมราชา ไม่ดีหรือ ?
แต่มันเป็นไปไม่ได้ เพราะโลกของโลกิยะและโลกุตระเดินคู่ขนานกัน
เราต้องตัดสินใจ ต้องมีความเด็ดเดี่ยวและกล้าหาญในการที่จะเลือกทางใดทางหนึ่ง

________________________________________________________

เพราะยึดจึงเดือดร้อน

>ทุกวันนี้ เกิดความทุกข์ ความเดือดร้อน ก็เพราะมนุษย์ไปยึดโน้น ยึดนี่
>ยึดพวกยึดพ้อง ยึดหมู่ ยึดคณะ ยึดประเทศเป็นสรณะ โดยไม่คำนึงถึงธรรมสากล
>จักรวาลโลกมนุษยนี้ ทุกคนมีกรรมจึงเกิดมาเป็นสัตว์โลก
>สัตว์โลกทุกคนต้องใช้กรรมตามวาระ ตามกรรม
>ถ้าทุกคนยึดถือเป็นอารมณ์ ก็จะเกิดการเข่นฆ่ากัน เกิดการฆ่าฟันกัน
>เพราะอารมณ์แห่งการยึดถืออายตนะ ฉะนั้น ต้องพิจารณาให้ถ่องแท้ว่า
>สิ่งใดทำแล้ว สัตว์โลกมีความสุข สิ่งนั้นควรทำ นี่คือ หลักความจริงของธรรมะ

________________________________________________________

บรรเทาทุกข์

>การที่เราจะไม่ต้องทุกข์มากนั้น
เราจะต้องรู้ว่า เรานี้จะต้องไม่เอาชีวิตไปฝากสังคม เราต้องเป็นตัวของเราเอง
>และเราจะต้องวินิจฉัยในเหตุการณ์ที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับตัวเราว่า สิ่งใดเราควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ

________________________________________________________

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

การดูคนขอให้ดูเห็นด้วยปัญญา อย่าไปเห็นกิเลสเขา เขาเป็นคนดีคนไม่ดีรู้ได้อย่างไร ต้องสืบเสาะเจาะให้ลึก อย่าเจาะแต่ภายนอก ดูผิวเผินไม่รู้เรื่อง ต้องดูถึงจิตใจ จิตใจนี้สำคัญมาก

________________________________________________________

>ในชีวิตของคนหนึ่งคนนั้น ย่อมมีทั้งคนรักและคนเกลียด
ถึงแม้เขาจะเป็นคนเลวสักเท่าใด ก็ยังมีคนที่รักเขาอยู่
.
.
>ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนดีแค่ไหน แต่ก็ยังมีคนที่เกลียดเขาอยู่
.
>ในโลกนี้คนเรานั้นแตกต่างกัน
.
>การที่เราจะปรับให้เข้ากับทุกสิ่งได้นั้นเป็นการยาก
แต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่ง ที่สามารถปรับให้เข้ากับทุกสิ่งได้
.
.
>นั่นคือ
.
.
.
>>>>>>>>>> “ธรรมะ” <<<<<<<<<<

________________________________________________________

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

“ใครสร้างกรรมดี ชีวิตก็ดีงาม ใครสร้างกรรมชั่ว ชีวิตก็มัวหมอง คนไปทำบุญต้องละบาปได้ คนจะไปสร้างความดีต้องละชั่วได้ ไม่ใช่เอาเงินมาทำบุญแล้วไปสวรรค์ได้ไปนิพพานได้ เรื่องบุญกุศลซื้อไม่ได้”

________________________________________________________

รูป อะไร…ก็ไม่จับใจเท่ารูปผู้หญิง
เสียง อะไร…จะมาจับใจเท่าเสียงผู้หญิงเป็นไม่มี
กลิ่น อะไร…จะเหมือนกลิ่นผู้หญิง ติดกลิ่นอื่นก็ไม่เท่าติดกลิ่นผู้หญิง
รส อะไร สารพัดรสก็ไม่เทียบเท่ารสผู้หญิง
หลงติดเข้าไปแล้วถอนได้ยาก

พระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท)

________________________________________________________

ทางออกชีวิตใหม่

ทางออกไม่ได้มีเฉพาะฝั่งตรงข้ามกับทางเข้า
ทางข้างในอาจจะเป็นทางตันก็เป็นได้ ใครจะรู้…
ถ้าเดินไปแล้วหาไม่เจอ ก็อย่ากลัวที่จะเดินย้อนกลับ
เพราะถึงจะเป็นทางเก่าที่เคยผ่าน
แต่ก็ยังมีทางออกให้ออกไปพบแสงสว่างอีกครั้ง..

________________________________________________________

เขาำไม่ได้เกิดมาเพื่อเรา

ความเหงา . . . อาจทำให้รู้สึกอ้างว้าง
. . . แต่ไม่เคยทำให้ใครเจ็บปวด จงรักในขอบเขตที่จะรักได้ . . .
เพราะคนบางคนเกิดมาเพื่อ . . . จะให้เรารัก
แต่ไม่ได้เกิดมาเพื่อ . . . เป็นของเรา

________________________________________________________

ทำไปเถิด

“หากทำความดีแล้วยังโดนด่าหรือถูกนินทา ก็ยังดีกว่านั่งด่าหรือนินทาคนอื่นโดยไม่ทำความดีอะไรเลย”

________________________________________________________

อันความดีมิใช่ดีที่มีทรัพย์ มิใช่นับพงษ์พันธุ์ชันษา
คนดีนี้ดีด้วยการงานนานา อีกวิชาศีลธรรมนำให้ดี

________________________________________________________

สรรพสิ่งในโลกล้วนตกอยู่ในกฎไตรลักษณ์ที่ว่า
“เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป” หรือ
“ไม่แน่ ไม่ได้ดั่งใจ ไม่มีอะไรสมบูรณ์”
ความเครียดก็เช่นกัน เมื่อมันเกิดขึ้นได้
ไม่เร็วก็ช้าความเครียดนั้นก็ต้องดับไป
เพราะไม่มีอะไรเที่ยงแท้ อย่าชิงดับตัวเองไปเสียก่อน
เพราะในที่สุดแล้วความเครียดจะดับไปเอง
ขอเพียงเราไม่ท้อ ไม่หวั่น ไม่ถอย
ใดใดในโลกล้วนอนิจจัง วันนี้เราเครียดแทบตาย
แต่วันพรุ่งนี้อาจเป็นวันที่ดีที่สุดของชีวิตก็เป็นได้

________________________________________________________

“อย่าได้ทำลายความสุขแห่งชีวิต ด้วยการคิดไปเองในสิ่งที่บั่นทอนจิตใจหรือมองโลกในแง่ร้ายอยู่ตลอดเวลา เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ เราควรมองด้านสว่างหรือดีงามไว้ดีกว่า มีแต่ได้ไม่มีเสีย”

________________________________________________________

“ความสุข” มันเป็นของ “ชั่วคราว”
แล้วเราจะไปเสียแรงรักษามันไว้ทำไม
“ความทุกข์” มันก็เป็นของ “ชั่วคราว”
แล้วเราจะไปเสียแรงกำจัดมันทำไม
เมื่อเห็นความจริงอย่างนี้แล้ว
เรายังจะแสวงหาความสุขถาวร
ที่ไม่มีจริงอยู่อีกหรือ
จงใช้ชีวิตอย่างที่มันเป็น♥

________________________________________________________

เมื่อเราเศร้า การบังคับใจให้หายเศร้าก็ไม่ควรทำ การปล่อยใจให้ถลำไปในโลกแห่งความเศร้าก็ไม่ควรทำ เพียงแค่เราเรียนรู้ใจกายอย่างที่มันเป็น ลองสังเกตจิตของตัวเองดูสิ แม้แต่จิตเราเองยังบังคับไม่ได้ แล้วยังจะไปหวังอะไรกับจิตของคนอื่น

________________________________________________________

“บางครั้งการที่จะได้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง
ก็จำต้องยอมที่จะเสียสละสิ่งใดสิ่งหนึ่งเช่นกัน”

________________________________________________________

เมื่อคุณเจ็บปวดที่จะมองกลับหลัง และหวาดกลัวที่จะมองไปข้างหน้า เพียงคุณมองไปข้างๆ เพื่อนที่ดีที่สุดของคุณจะอยู่ที่นั่น

________________________________________________________

วิกฤติจะมาพร้อมกับบทเรียนดีๆ เสมอ ทำให้เรารู้จักสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ชีวิตและการทำงานอย่างรอบคอบ แยบคาย และมีความเข้าใจโลกและชีวิตเพิ่มขึ้น

________________________________________________________

“ทุกสิ่งบนโลกนี้ล้วนถูกและผิดในตัว
หากคิดจะเลือกสิ่งที่ ถูก คงไว้ คัดสิ่งที่ ผิด ทิ้งไป
ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ที่ชาวโลกเห็นว่า ถูก หรือ ผิด นั้น
ของใคร ถูก หรือ ผิด กันแน่?”

________________________________________________________

คนเรามีจุดเด่นไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะเก่งในบางเรื่อง
แต่ก็อาจจะไม่รู้ในบางเรื่อง ดังนั้นทุกคนมีความสามารถ
แต่อาจแสดงออกไม่เหมือนกัน แต่ก็อยู่ที่ว่าศักยภาพนั้นจะแสดงออกมาได้มากเท่าไหร่ แต่ก็อยู่ที่การเรียนรู้และการฝึกฝน

________________________________________________________

งดเลว งดชั่ว ไม่มัวเมาในกิเลส เป็นสิ่งประเสริฐ
ลด ละ เลิก จากความชั่วทั้งปวง มีค่ายิ่งกว่า

________________________________________________________

ไม่มีเงินมากเท่าเขา ก็ไม่ได้หมายความว่า “เราจน”
ไม่ได้สวยได้หล่อเท่าเขาก็ไม่ได้หมายความว่า “เราขี้เหร่”
ไม่ได้เก่ง ฉลาดเท่าเขา ก็ไม่ได้หมายความว่า “เราโง่”
ไม่ได้มีในสิ่งที่เขามี ก็ไม่ได้หมายความว่า “เราขาด”

ถ้าเราไม่ได้ทุกข์ร้อน ไม่ได้กังวล ไม่ได้อิจฉา นั้นแสดงว่าเราได้สิ่ง
ที่เราต้องการมาครบหมดแล้ว

________________________________________________________

สุขได้ด้วยตัวเอง ทุกข์เกิดด้วยตัวเอง
จะสุข หรือจะทุกข์ ให้ตั้งรับอย่างรู้ตัว
อย่าระเริงเมื่อมีสุข อย่าฟูมฟายเมื่อพบทุกข์
จิตมั่น เด็ดเดี่ยว ตั้งรับอย่างรู้ตัว.

________________________________________________________

ชีวิตของคนเรามี “บทเริ่มต้น” และ “บทสรุป” เหมือนๆ กันคือ “การเกิด” และ “ความตาย”

________________________________________________________

“ใครจะพูดอย่างไรก็เรื่องของเขา ใครจะนินทาอย่างไรก็ไม่ต้องสนใจ มุ่งหน้าทำความดีต่อไป ไม่มีใครรู้จักเราเท่าตัวเราเอง คนไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก สาธุ”

________________________________________________________

ความงามภายนอกไม่จีรังยั่งยืน…เป็นไปตามวัฎฎสงสาร…เกิดแก่เจ็บตาย…แต่ความงามภายในใจ…จะอยู่ยั้งยืนยงในใจคนเสมอ

________________________________________________________

ความเหงาคือภูมิต้านทาน
ความเหงาคือประสบการณ์
ความเหงาคือเพื่อนเรา

________________________________________________________

หลวงพ่อดู่ พฺรหฺมปญฺโญ

“โลกเท่าแผ่นดิน ธรรมเท่าปลายเข็ม” เรื่องโลกมีแต่เรื่องยุ่งของคนอื่นทั้งนั้น ไม่มีที่สิ้นสุด เราไปแก้ไขเขาไม่ได้

ส่วนเรื่องธรรมนั้นมีที่สุด มาจบที่ตัวเรา ให้มาไล่ดูตัวเองแก้ไขตัวเราเอง ตนของตนเตือนตนด้วยตนเอง

ถ้าเป็นโลกแล้ว จะมีแต่ส่งออกไปข้างนอกตลอดเวลา แต่ถ้าคิดสิ่งที่เป็นธรรมแล้ว ต้องวกกลับเข้ามาหาตัวเอง เพราะธรรมแท้ๆ ย่อมเกิดในตัวของเรานี่ทั้งนั้น

รอให้แก่เฒ่าหรือจวนตัวแล้วจึงสนใจภาวนา ก็เหมือนคนหัดว่ายน้ำเอาตอนเรือหรือแพใกล้แตก มันจะไม่ทันการณ์

________________________________________________________

“เหล็กที่ผ่านไฟ ย่อมแข็งแรงฉันใด…
ใจที่ผ่านอุปสรรคย่อมไม่หวั่นไหวต่อปัญหาฉันนั้น”…

________________________________________________________

“หนีอะไรก็พอหนีได้ หนีกฎแห่งกรรม ยากหลุดพ้น ต่อให้ท่านวิ่งเร็วที่สุดในโลก กฎแห่งกรรม ก็ไปดักรอที่ปลายทาง กฏแห่งกรรม ยุติธรรมเสมอ ไม่มีลำเอียง ทำดี ย่อมได้ดี ทำชั่ว ย่อมได้ชั่ว”

________________________________________________________

คนเราเกิดมา ก็ต้องพบเจอกับอุปสรรค์ และปัญหาต่างๆ บ้าง ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ แต่คนเราก็ต้องมีความอดทน และความพยายาม จึงจะผ่านพ้นอุปสรรค และปัญหาต่างๆ นั้นได้

________________________________________________________

มองอะไร มองให้เห็น เป็นครูสอน
มองไม้ขอน หรือมองคน มองค้นหา
มองเห็นความ เสมอกัน มีปัญญา
มองเห็นว่า ล้วนมีพิษ: อนิจจัง
มองทุกข์สุข ก็จงจ้อง มองให้ดี
มองว่าเป็น อย่างที่ คนเราหวัง
มองว่าเป็น ตามปัจจัย ให้ระวัง
มองจริงจัง ก็จักเห็น เป็นธรรมดา
มองโดยนัย ที่มันสอน จะถอนโศก
มองเยกโยก มันไม่สอน ร้อนเป็นบ้า
มองไม่เป็น โทษผีสาง นางไม้มา
มองถูกท่า ไม่คว้าทุกข์: มองถูกจริง!

________________________________________________________

ร้ายอะไร ไม่ร้ายเท่า จะเอาดี
เป็นธุลี จับจิต เกิดริษยา
ชิงดีแล้ว อวดเด่น เห็นออกมา
ตัวกูจ้า บ้าคลั่ง สังเวชใจ
สร้างนรก เป็นที่อยู่ เพราะเหตุนี้
“ตัวกูดี, ตัวกูเด่น” เห็นหรือไม่?
กลัวหมดดี จุดจี้ ให้เกิดไฟ
“เผาตัวเอง” ต่อไป เศร้าใจเอย ฯ
(นี่แหล่ะตัวกู ของกู)

________________________________________________________

เป็นมนุษย์ เป็นได้ เพราะใจสูง
เหมือนหนึ่งยูงมีดีที่แววขน
ถ้าใจต่ำ เป็นได้ แต่เพียงคน
ย่อมเสียที ที่ตน ได้เกิดมา
ใจสะอาด ใจสว่าง ใจสงบ
ถ้ามีครบ ควรเรียกมนุสสา
เพราะทำถูก พูดถูกทุกเวลา
เปรมปรีดา คืนวันสุขสันต์จริง
ใจสกปรก มืดมัว และร้อนเร่า
ใครมีเข้า ควรเรียกว่าผีสิง
เพราะพูดผิดทำผิด จิตประวิง
แต่ในสิ่งนำตัว กลั้วอบาย
คิดดูเถิดถ้าใคร ไม่อยากตก
จงรีบยก ใจตนรีบขวนขวาย
ให้ใจสูง เสียได้ ก่อนตัวตาย
ก็สมหมาย ที่เกิดมา อย่าเชือนเอยฯ

________________________________________________________

ตากับตีน อยู่กันมา แสนผาสุข
จะนั่งลุกยืนเดิน เพลินหนักหนา
มาวันหนึ่ง ตีนทะลึ่ง เอ่ยปรัชญา
ว่าตีนมีคุณแก่ตา เสียจริงๆๆ
ตีนช่วยพา ตาไป ที่ต่างๆๆ
ตาจึงได้ชมนาง และสรรพสิ่ง
เพราะฉะนั้นดวงตา จงประวิง
ว่าตีนนี้เป็นสิ่ง ควรบูชา
ตาได้ฟังตีนคุยโม้ ก็หมั่นไส้
จึงร้องบอกออกกไป ด้วยโทสา
ว่าที่ตีนเดินไปได้ ก็เพราะตา
ดูมรรคา เศษแก้วหนาม ไม่ตำตีน
เพราะฉะนั้น ตาจึงสำคัญกว่า
ตีนไม่ควรจะมาคิดดูหมิ่น
สรุปแล้ว ตามีค่า สูงกว่า ตีน
ทั่วธานินทร์ ตีไปได้ก็เพราะตา
ตีนได้ฟัง ให้คั่งแค้น แสนจะโกรธ
วิ่งกระโดดโลดไปใกล้หน้าผา
เพราะอวดดี คุยเบ่ง เก่งกว่าตา
ดวงชีวา จะดับไป ไม่รู้เลย
ตาเห็นตีน ทำเก่งเร่งกระโดด
ก็พิโรธ แกล้งระงับ หลับตาเฉย
ตีนพาตา ถลาล้ม ทั้งก้มเงย
ตกแล้วเหวย หน้าผา ทั้งตาตีน

________________________________________________________

พระพุทธะ พระธรรมะ และพระสงฆ์
ล้วนต่างองค์ เป็นสามพระ หรือไฉน
หรือเป็นองค์ เดียวกัน ที่ชั้นใน
ดูเท่าไร ก็ไม่เห็น เป็นสามองค์
นั่นถูกแล้ว ถ้าดูกัน แต่ชั้นนอก
คือดูออก มีพุทธะ จอมพระสงฆ์
ได้ตรัสรู้ ซึ่งพระธรรม ทรงจำนง
สอนพระสงฆ์ ทั้งหลาย ให้รู้ตาม
แต่เมื่อดู ชั้นใน กลับได้พบ
ว่าธรรมหนึ่ง ซึ่งอยู่ครบ ในพระสาม
ทั้งพุทธ สงฆ์ หรือว่าองค์ พระธรรมงาม
ล้วนมีความ สะอาด สว่าง สงบ บรรจบกันฯ

________________________________________________________

งานวันเกิดที่ยิ่งใหญ่ใครคนนั้น ฉลองกันในกลุ่มผู้ลุ่มหลง
หลงลาภยศ สรรเสริญ เพลินกมล วันเกิดตนชีพสั้นเร่งวันตาย
ณ มุมหนี่งซึ่งเหงาน่าเศร้าแท้ หญิงแก่แก่ซึ่งหงอยและคอยหาย
โอ้วันนี้ในวันนั้นอันตราย แม่คลอดสายโลหิตแทบปลิดชนม์
วันเกิดลูกนั้นคล้ายวันตายแม่ เจ็บท้องแท้สักเท่าไรก็ไม่บ่น
กว่าอุ้มครรภ์จะคลอดรอดเป็นคน เติบโตจนมาบัดนี้นี่เพราะใคร
แม่เจ็บเจียรขาดใจในวันนั้น กลับเป็นวันลูกฉลองกันผ่องใส
ได้ชีพแล้วก็หลงระเริงใจ ลืมผู้ให้ชีวิตอนิจจา
ไฉนหนอเขาเรียกกันว่าวันเกิด วันผู้ให้กำเนิดจะถูกกว่า
คำอวยพรที่เขียนควรเปลี่ยนมา ให้มารดาเป็นสุขจึงถูกแท้
เลิกจัดงานวันเกิดกันเถิดหนา แล้วหันมาคุกเข่ากราบเท้าแม่
ควรคิดถึงพระคุณอบอุ่นแท้ อย่ามัวแต่จัดงานประจานตัว

________________________________________________________

ผิดแล้วรู้จักแก้ = ที่แท้คือบัณฑิต

ผิดหนึ่งพึงจดไว้ ในสมอง
เร่งระวังผิดสอง ภายหน้า
สามผิดเร่งคิดตรอง จงหนัก เพื่อนเอย
ถึงสี่อีกทีห้า หกซ้ำ อภัยไฉน ฯ

________________________________________________________

ขอพวกเราทั้งหลายจำไว้เถิด
ว่าการเกิดนี้ลำบากยากนักหนา
ครั้นคนเราได้กำเนิดเกิดขึ้นมา
ก็กลับพากันถึงซึ่งความตาย
(หลวงวิจิตรวาทการ)

________________________________________________________

ต้องเวียนเกิดเวียนตายตามบุญบาป
เมื่อไรทราบธรรมแท้ไม่แปรผัน
ไม่ต้องเกิดไม่ต้องตายสบายครัน
มีเท่านั้นใครหาพบจบกันเอย
(ท่านพุทธทาสภิกขุ)

________________________________________________________

กลอนธรรมะสอนใจ

กลอนธรรมะสอนใจ


กลอนธรรมะสอนใจ

กลอนธรรมะสอนใจ


กลอนธรรมะสอนใจ

กลอนธรรมะสอนใจ


กลอนธรรมะสอนใจ

กลอนธรรมะสอนใจ


กลอนธรรมะสอนใจ

กลอนธรรมะสอนใจ


________________________________________________________

กายนี้ท่านเปรียบดั่งท่อนไม้
ครั้นดับไปสมมติว่าเป็นผี
เครื่องเปื่อยเน่าสะสมถมปฐพี
เหมือนกันทั้งผู้ดีและเข็ญใจ
(เจ้าพระยาคลัง หน)

________________________________________________________

อันรูปรสกลิ่นเสียงนั้นเพียงหลอก
ไม่จริงดอกอวิชชาพาให้หลง
อย่าลืมนะร่างกายไม่เที่ยงตรง
ไม่ยืนยงทรงอยู่คู่ฟ้าเอย
(จากหนังสือเก่าโบราณ)

________________________________________________________

กลางทะเลอวกาศที่เวิ้งว้าง
สรรพสิ่งได้ถูกสร้างแปลงไว้
จากดินน้ำลมและไฟ
ก่อเกิดเป็นสิ่งใหม่เรื่อยมา

เมื่อถึงคราวแตกดับ
สรรพสิ่งก็หมุนกลับไปหา
ธรรมชาติเดิมแท้นั้นอีกครา
เวียนกลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้น
(สมภาร พรหมทา)

________________________________________________________

ยามเจ้ามา เอาอะไร มาด้วยเจ้า
เจ้าจะเอา แต่สุข สนุกไฉน
ยามเจ้าไป เจ้าจะ เอาอะไร
เจ้าก็ไป ตัวเปล่า เหมือนเจ้ามา

________________________________________________________

หาสุขในกองทุกข์ ไม่ได้สุขก็บ่นไป
หาเย็นในกองไฟ เมื่อไม่ได้ก็คร่ำครวญ
หาสิ่งที่ไม่มี ก็แปลกดีมันน่าสรวล
ร่ำไห้พิไรหวล น่าหัวร่อจริงหนอเรา

เกิด มาแล้วบ่ายหน้า ไปไหน
แก่ บอกว่าบ่ายไป สู่ม้วย
เจ็บ ว่าไม่เป็นไร เราช่วย ซ้ำนา
ตาย ว่าข้าเอาด้วย ห่อนให้ ใครเหลือ
(พระสิริปัญญามุนี ช่วง โชตสิริ)

________________________________________________________

อริยสัจแห่งชีวิต

จิตที่ส่งออกนอก เป็นสมุทัย
ผลอันเกิดจากจิตที่ส่งออกนอก เป็นทุกข์
จิตเห็นจิต เป็นมรรค
ผลอันเกิดจากจิตเห็นจิต เป็นนิโรธ

พระราชวุฒาจารย์
(หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)

________________________________________________________

สุขทุกข์อยู่ ที่ใจ มิใช่หรือ ถ้าใจถือ ก็เป็นทุกข์ ไม่สุกใส
ถ้าไม่ถือ ก็เป็นสุข ไม่ทุกข์ใจ เราอยากได้ ความสุข หรือทุกข์นา

(พระศาสนโศภน แจ่ม จตตสลโล)

________________________________________________________

อดีตกาล ผ่านไป ไม่กลับหลัง อนาคต ก็ยัง มาไม่ถึง
ปัจจุบัน สำคัญ ควรคำนึง ตรองให้ซึ้ง คุณความดี มีหรือยัง

(ปริปุณโณ)

________________________________________________________

อย่าปล่อยให้ วันวาน ที่ผ่านพ้น ทำให้เรา ทุกข์ทน จนหม่นไหม้
มัวครุ่นคิด อาจทำผิด ซ้ำลงไป ก็เพิ่มวัน เสียใจ ไปอีกวัน

(พลอยฟ้า)

________________________________________________________

คนประมาท เสียใจ เมื่อใกล้ม้วย เนื่องด้วย ไม่ทันสร้าง ทางสวรรค์
สร้างเมื่อเจ็บ ใกล้ตาย มักไม่ทัน พึงรีบสร้าง ทางไว้พลัน นั่นแหละดี

(ลออง มีเศรษฐี)

________________________________________________________

อย่าดูถูก บุญกรรม ว่าทำน้อย จะไม่ต้อย ตามต้อง สนองผล
เหมือนตุ่มน้ำ วางหงาย รับสายชล ย่อมเต็มล้น ด้วยอุทก ที่ตกลง

________________________________________________________

อันความดี ทำไว้ กับใครนั้น ไม่มีวัน ลับหาย ในภายหน้า
กายอาจเลือน ลับหาย จากสายตา ดีไม่ลา ลับหาย จากสายใจ

________________________________________________________

อันยศศักดิ์ ชื่อเสียง เพียงความฝัน ฝ่ายรูปโฉม โนมพรรณ ฉันบุปผา
อันชีวิต เปรียบหมาย เหมือนสายฟ้า อนิจจา ไม่ได้มี จีรังกาล

________________________________________________________

เกิดมาทั้งที ให้มีค่าคุ้ม ทุ่มเทให้งาน
ให้ทานกับคน ค้นหาสาระ เพื่อผละไปดี…

มีแต่ความตาย ได้เป็นที่หมาย สายตาทอดมอง เพื่อตรงเห็นจริง
ทุกสิ่งตั้งอยู่ ให้รู้ต้องดับ ลับแลแดดิ้น สิ้นใจทุกคน…

ลุกลนรีบร้อน ก่อนอายุขัย ใช่หยุดสุดทาง ลางร้ายบอกอยู่
คู่หน้าอมทุกข์ ฉุกใจให้ทัน หันหลังกลับมา ฆ่าทุกข์ทิ้งแทน…

(ดังตฤณ)

________________________________________________________

อันคืนวัน พลันดับ ลงลับล่วง ท่านทั้งปวง อุตส่าห์สร้าง ทางกุศล
แก่ลงแล้ว รำพึง ถึงตัวตน อายุคน นั้นไม่ยืน ถึงหมื่นปี

วันเดือนปี ที่ผ่านไป คล้ายความฝัน ชีวิตพลัน หมดไป น่าใจหาย
มวลญาติมิตร เงินทอง ของมากมาย ต้องมลาย จากกัน เหมือนฝันเอย

(วชิรพงษ์ บุรมรัตน์)

________________________________________________________

ธรรมดา ของสังขาร คือการดับ ไม่มีกลับ คืนเป็น เช่นลมหวน
เป็นของจริง จงจำ อย่าคร่ำครวญ สิ่งที่ควร เร่งทำ คือกรรมดี

อย่าทนทุกข์ กับอดีต อันขมขื่น อย่าเริงรื่น อนาคต อันสดใส
ปัจจุบัน ย่อมสำคัญ กว่าสิ่งใด ถ้าตั้งใจ ไว้พอดี มีสุขเอย

________________________________________________________

อันลาภยศ สรรเสรญ พาเพลินใจ
ยามยิ่งใหญ่ สุขใจจริง หยิ่งผยอง
ยามเสื่อมลาภ ไร้ยศ หมดลำพอง
รู้ทำนอง โลกธรรม ไม่ช้ำใจ

(ธมมวฑโฒ ภิกขุ)

________________________________________________________

ความสุขก็ ยึดไว้ ไม่ได้ดอก
ความทุกข์ก็ หลอกหลอก จริงที่ไหน
ทุกทุกสิ่ง เพียงผ่านมา แล้วลาไกล
เหลือไว้แต่ ความว่าง อย่างนั้นเอง

(พลอยฟ้า)

________________________________________________________

ยศและลาภ หาบไป ไม่ได้แน่
มีเพียงแต่ ต้นทุน บุญกุศล
ทรัพย์สมบัติ ทิ้งไว้ ให้ปวงชน
แม้ร่างตน เขาก็เอา ไปเผาไฟ

เมื่อเจ้ามา มีอะไร มาด้วยเจ้า
เจ้าจะเอา แต่สุข สนุกไฉน
เจ้ามามือเปล่า เจ้าจะ เอาอะไร
เจ้าก็ไป มือเปล่า เหมือนเจ้ามา

(จุฬาลงกรณ์ ปร.)

________________________________________________________

ถ้ารักมาก ทุกข์มาก ลำบากนัก
ถ้ารักบ่อย ทุกข์บ่อยแน่ แก้ไม่ไหว
ถ้ารักน้อย ทุกข์น้อย ค่อยคลายใจ
ถ้าไม่รัก หมดทุกข์ สุขยั่งยืน

(ธมมวฑโฒ ภิกขุ)

________________________________________________________

เราเกิดมา เวียนวน ในสงสาร
แสนช้านาน ยิ่งนัก ทุกข์หนักหนา
จนกับมี ดีกับชั่ว พัวพันมา
เหลือระอา ถ้าจะนับ อัประมาณ

________________________________________________________

อริยสัจจ์มีสี่ก็นี่แล

ทุกข์…

ต้องเกิดอยู่คู่โศกในโลกนี้
ต้องผ่านวันร้ายดีทุกสีสัน
ต้องเคยคิดผิดถูกเสมอกัน
ต้องนิ่งอั้นงันงงมาหลายคราว

ต้องสั่งสมบ่มทรัพย์ให้นับเนื่อง
ต้องขัดเคืองเรื่องกายที่ร้อนหนาว
ต้องหัวเราะร้องไห้อย่างยืดยาว
ต้องเจ็บร้าวคราวสั่นในวันตาย…

สมุทัย…

เพราะไม่รู้จึงเกิดก่อต่อชีวิต
เพราะมองผิดคิดเห็นเป็นหลากหลาย
เพราะจ่อจับจะนับตนเป็นใจกาย
เพราะวุ่นวายหมายกามตะกลามกิน

เพราะแบกเกียรติไม่เดียดฉันท์จึงดั้นต่อ
เพราะใจรอขอหวังไปทั้งสิ้น
เพราะบุญน้อยถอยหล่นจนจมดิน
เพราะห่างถิ่นจอมไตรไม่ใกล้ธรรม

นิโรธ…

เมื่อสิ้นเลศเหตุเกิดก็ลับแล
เมื่อดับแดแม้รู้ไม่อยู่ซ้ำ
เมื่อไร้เชื้อร้อนร้ายก็คายกรรม
เมื่อหมดรูปรสกล้ำก็สำราญ

เมื่อจบกิจพิศวงไม่หลงเหลือ
เมื่อร้างเรื้อเบื่อหน่ายในสงสาร
เมื่อสะเด็ดเสร็จอยากก็จากจาร
เมื่อถึงพระนฤพานไม่กลับมา

มรรค…

ให้จิตใสใจเปิดเป็นทานทั่ว
ให้ลดชั่วกลัวบาปที่หยาบหนา
ให้จ่อจิตติดกายไม่คลาดคลา
ให้รู้ว่าตาหูไปอยู่ใด

ให้แน่วเห็นเป็นไตรลักษณ์ประจักษ์หน้า
ให้ต่ำช้ามาดีจะทีไหน
ให้สักแต่แค่รู้ดูดูไป
ให้ทรงไว้ใจเดียวเดี๋ยวโพล่งเอง

(ดังตฤณ)

________________________________________________________

กลอนธรรมะสอนใจคลายยึดตน

ขอพวกเราทั้งหลายจำไว้เถิด
ว่าการเกิดนี้ลำบากยากนักหนา
ครั้นคนเราได้กำเนิดเกิดขึ้นมา
ก็กลับพากันถึงซึ่งความตาย

(หลวงวิจิตรวาทการ)

________________________________________________________

กลอนธรรมะสอนใจคลายยึดตน

ต้องเวียนเกิดเวียนตายตามบุญบาป
เมื่อไรทราบธรรมแท้ไม่แปรผัน
ไม่ต้องเกิดไม่ต้องตายสบายครัน
มีเท่านั้นใครหาพบจบกันเอย

(ท่านพุทธทาสภิกขุ)

________________________________________________________

กลอนธรรมะสอนใจคลายยึดตน

กายนี้ท่านเปรียบดั่งท่อนไม้
ครั้นดับไปสมมติว่าเป็นผี
เครื่องเปื่อยเน่าสะสมถมปฐพี
เหมือนกันทั้งผู้ดีและเข็ญใจ

(เจ้าพระยาคลัง หน)

________________________________________________________

กลอนธรรมะสอนใจคลายยึดตน

อันรูปรสกลิ่นเสียงนั้นเพียงหลอก
ไม่จริงดอกอวิชชาพาให้หลง
อย่าลืมนะร่างกายไม่เที่ยงตรง
ไม่ยืนยงทรงอยู่คู่ฟ้าเอย

(จากหนังสือเก่าโบราณ)

________________________________________________________

กลอนธรรมะสอนใจคลายยึดตน

กลางทะเลอวกาศที่เวิ้งว้าง
สรรพสิ่งได้ถูกสร้างแปลงไว้
จากดินน้ำลมและไฟ
ก่อเกิดเป็นสิ่งใหม่เรื่อยมา

เมื่อถึงคราวแตกดับ
สรรพสิ่งก็หมุนกลับไปหา
ธรรมชาติเดิมแท้นั้นอีกครา
เวียนกลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้น

(สมภาร พรหมทา)

________________________________________________________

กลอนธรรมะสอนใจ

กลอนธรรมะสอนใจ


กลอนธรรมะสอนใจ

กลอนธรรมะสอนใจ


กลอนธรรมะสอนใจ

กลอนธรรมะสอนใจ


กลอนธรรมะสอนใจ

กลอนธรรมะสอนใจ


กลอนธรรมะสอนใจ

กลอนธรรมะสอนใจ

________________________________________________________

เป็นมนุษย์ หรือ เป็นคน

เป็นมนุษย์ เป็นได้ เพราะใจสูง
เหมือนหนึ่งยูง มีดี ที่แววขน
ถ้าใจต่ำ เป็นได้ แต่เพียงคน
ย่อมเสียที ที่ตน ได้เกิดมา
ใจสะอาด ใจสว่าง ใจสงบ
ถ้ามีครบ ควรเรียก มนุสสา
เพราะทำถูก พูดถูก ทุกเวลา
เปรมปรีดา คืนวัน ศุขสันติ์จริง
ใจสกปรก มืดมัว และร้อนเร่า
ใครมีเข้า ควรเรียก ว่าผีสิง
เพราะพูดผิด ทำผิด จิตประวิง
แต่ในสิ่ง นำตัว กลั้วอบาย
คิดดูเถิด ถ้าใคร ไม่อยากตก
จงรีบยก ใจตน รีบขวนขวาย
ให้ใจสูง เสียได้ ก่อนตัวตาย
ก็สมหมาย ที่เกิดมา อย่าเชือน เอยฯ

________________________________________________________

นกไม่เห็นฟ้า ปลาไม่เห็นน้ำ

หมู่นกจ้อง มองเท่าไร ไม่เห็นฟ้า
ถึงฝูงปลา ก็ไม่เห็น น้ำเย็นใส
ไส้เดือนมอง ไม่เห็นดิน ที่กินไป
หนอนก็ไม่ มองเห็นคูต ที่ดูดกิน;
คนทั่วไป ก็ไม่ มองเห็นโลก
ต้องทุกข์โศก หงุดหงิด อยู่นิจสิน
ส่วนชาวพุทธ ประยุกต์ธรรม ตามระบิล
เห็นหมดสิ้น ทุกสิ่ง ตามจริงเอย ฯ

________________________________________________________

ความสุข

ความเอ๋ย ความสุข
ใครๆทุก คนชอบเจ้า เฝ้าวิ่งหา
“แกก็สุข ฉันก็สุข ทุกเวลา”
แต่ดูหน้า ตาแห้ง ยังแคลงใจ
ถ้าเราเผา ตัวตัณหา ก็น่าจะสุข
ถ้ามันเผา เราก็ “สุก” หรือเกรียมได้
เขาว่าสุข สุขเน้อ! อย่าเห่อไป
มันสุขเย็น หรือสุกไหม้ ให้แน่เอย ฯ

________________________________________________________

ศึกษากันเท่าไร?

โลกยุคนี้ มีศึกษา กันท่าไหน
ยุวชน รุ่นใหม่ ได้คลุ้มคลั่ง
บ้างติดยา เสพติด เป็นติดตัง
บ้างก็ฝัง หัวสุม ลุ่มหลงกาม
บ้างดูหมิ่น พ่อแม่ ไม่มีคุณ
บ้างก็เห็น เรื่องบุญ เป็นเรื่องพล่าม
บ้างลุ่มหลง love free เป็นดีงาม
บ้างประณาม ศาสนา ว่าบ้าบอ
บ้างไปเป็น ฮิปปี้ มีหลายชนิด
บ้างทวงอิส- ระพ้น จนเหลือขอ
บ้างที่มี ดีกรีมาก โฮกฮากพอ
โลกเราหนอ ให้ศึกษา กันเท่าไร ฯ

________________________________________________________

อาจารย์ไก่

ถ้าคนเรา เปรียบกับไก่ ดูให้ดี
มันไม่มี นอนไม่หลับ ไม่ปวดหัว
ไม่มีโรค ประสาท ประจำตัว
โรคจิตไม่ มากลั้ว กับไก่น้อย
คนในโลก กินยา เป็นตันๆ
พวกไก่มัน ไม่ต้องกิน สักเท่าก้อย
หลับสนิท จิตสบาย ร้อยทั้งร้อย
รู้สึกน้อย แห่งน้ำใจ อายไก่เวย
ได้เป็นคน หรือจึงได้ นอนไม่หลับ
ควรจะนับ ว่าเป็นบาป หรือบุญเหวย
มีธรรมะ กันเสียนะ อย่าละเลย
อยู่เสบย ไม่ละอาย แก่ไก่มัน

________________________________________________________

ภัยร้ายของนักเรียน

เป็นนักเรียน เพียรศึกษา อย่าริรัก
ถูกศรปัก เรียนไม่ได้ ดั่งใจหมาย
สมาธิจะ หักเหี้ยน เตียนมลาย
ถึงเรียนได้ ก็ไม่ดี เพราะผีกวน

แต่เตือนกัน สักเท่าไร ก็ไม่เชื่อ
มันแรงเหลือ รักร้าย หลายกระสวน
หลอกพ่อแม่ มากมาย หลายกระบวน
หน้าขาวนวล ใจหยาบดำ ซ้ำละลาย

การเล่าเรียน เบื่อหน่าย คล้ายจะบ้า
ใช้เงินอย่าง เทน้ำเทท่า น่าใจหาย
ไม่เท่าไร ใจกระด้าง สิ้นยางอาย
หญิงหรือชาย เรียนไม่ดี สิ่งนี้เอง

มีสัจจะ ทมะ และขันตี
กตัญญู กตเวที อย่าโฉงเฉง
รักพ่อแม่ พวกพ้อง ต้องยำเกรง
เรียนให้เก่ง ให้ยิ้มแปล้ แก่ทุกคน ฯ

________________________________________________________

ยิ่งเจริญยิ่งบ้า?

ถ้าพูดว่า “ยิ่งเจริญ คือยิ่งบ้า”
ดูจะหา คนเชื่อ ได้ยากยิ่ง
เพราะต่างชอบ ความเจริญ ที่เกินจริง
เจริญอย่าง ผีสิง ยิ่งชอบกัน
โลกเจริญ เกินขนาด ธรรมชาติแหลก
เกิดของแปลก แปลงโลก ให้โศกศัลย์
ทำมนุษย์ ให้เป็นสัตว์ พิเศษพลัน
คือฆ่ากัน ทั้งบนดิน และใต้ดิน
ยิ่งเจริญ ยิ่งดุเดือด ด้วยเลือดอาบ
ยิ่งฉลาด ยิ่งมีบาป กว่ายุคหิน
สร้างปัญหา ยุ่งยาก มากระบิล
โลกทั้งสิ้น สุมความบ้า ว่าความเจริญ ฯ

________________________________________________________

โลกคือเครื่องลองและโรงละคร

โลกนี้คือ เครื่องลอง ของมารร้าย
ไว้สอบไล่ ว่าใคร ยังหลงใหล
ว่าใครบ้า ใครเขลา เฝ้าจมใน
หล่มโลกใหญ่ ติดตัง ทั้งชั่วดี!
โลกนี้ ที่แท้คือ โรงละคร
ไม่ต้องสอน แสดงถูก ทุกวิถี
ออกโรงกัน จริงจัง ทั้งตาปี
ตามท่วงที อวิชชา ลากพาไป!

________________________________________________________

โลกเปรียบศาลาให้อาศัย

โลกนี้เปรียบ ศาลา ให้อาศัย
ประเดี๋ยวใจ ผ่อนพัก แล้วจักผัน
ทางที่ดี เมื่อพราก ไปจากมัน
ควรสร้างสรร ส่งเสริม เพิ่มคะแนน
เมื่อเราได้ เกิดมา ในอาโลก
ได้พ้นโศก พ้นภัย สบายแสน
จึงควรสร้าง สิ่งชอบ ไว้ตอบแทน
ให้เป็นแดน ดื่มสุข ขึ้นทุกกาล
คุณความดี ของท่าน กาลก่อนก่อน
ที่ท่านสอน ไว้ประจักษ์ เป็นหลักฐาน
เราเกิดมา อาศัย ได้สำราญ
ควรหรือผ่าน พ้นไป ไม่คำนึง ฯ

________________________________________________________

โลกนี้พัฒนา

โลกฮึดฮัด พัฒนา บูชาโป๊
เพราะเผลอโง่ ทีละนิด คิดไม่เห็น
ไม่มีใคร ตำหนิใคร เพราะใจเป็น
ในเชิงเช่น เดียวกัน ไม่ทันรู้
รัฐบาลไหน ในโลก สับโขกมัน
ดูจะชอบ เหมือนกัน ทำไก๋อยู่
พวกนักบวช แอบหา ภาพมาดู
คุณครูรู้ พรางศิลปโป๊ โย้ได้ไกล
ความก้าวหน้า ทางเนื้อหนัง อย่างนี้เอง
ครั้นพัฒนา จบเพลง ไม่ไปไหน
บูชาโป๊ ถึงทูนหัว มั่วกันไป
โลกยุคใหม่ ต้องไม่โง่ หยุดโป๊ที ฯ

________________________________________________________

ความรักของอวิชชา

มีชายหนึ่ง ลิงหนึ่ง อยู่ด้วยกัน
คนก็รัก ลิงนั้น เป็นหนักหนา
ลิงก็รัก คนจัด เต็มอัตรา
ทั้งสองรา รักกัน นั้นเกินดู
มาวันหนึ่ง คนนั้น นอนหลับไป
แมลงวัน มาไต่ ที่กกหู
ลิงคิดว่า ไอ้นี่ยวน กวนเพื่อนกู
จะต้องบู๊ ให้มันตาย อ้ายอัปรีย์
ฉวยดุ้นไม้ มาเงื้อ ขึ้นสองมือ
ฟาดลงไป เต็มตื้อ แมลงวันหนี
ฝ่ายเพื่อนรัก ดิ้นชัก ไปหลายที
ดูเถิดนี่ ความรัก ของอวิชชา ฯ

________________________________________________________

จิตวิญญาณ ใดใด ในความคิด
เกิดจากจิต สงบนิ่ง ไม่ติงไหว
ห้วงคำนึง สร้างจาก รากฐานใจ
ก่อเกิดให้ สร้างสรรค์งาน ผ่านสายตา…

________________________________________________________

เมื่อถึงครา ต้องก้มหัว อย่ามัวช้า
รีบก้มหน้า เพื่อสร้าง ทางเลือกใหม่
อาจรู้สึก ว่าด้อย ถึงน้อยใจ
อดทนไว้ ถ้ายังมี ที่ให้เดิน…

________________________________________________________

การมองโลก ในแง่ดี เป็นที่ตั้ง
ก่อเกิดหวัง ความสุข ให้ทุกข์หาย
อุปสรรค ใดใด ไม่กล้ำกลาย
สิ่งชั่วร้าย กลายร่าง กลับทางดี…

________________________________________________________

ในบางครั้ง เราเดินหน้า เหมือนตาบอด
หาที่สอด เท้าวาง ตรงหว่างไหน
มีทางเดียว จะก้าวล้ำ ต้องคลำไป
ทางเดินใหญ่ ข้างหน้า ยัง..ท้าเราเดิน…

________________________________________________________

ในผลงาน เล็กไร้ แต่ใจแกร่ง
ย่อมมีแรง ฝ่าฟัน ผลงานใหม่
ปณิธาน ตั้งอยู่ สู้ที่ใจ
ก่อเกิดให้ สำเร็จล้น ในผลงาน…

________________________________________________________

วิธีการ กล้าแข็ง ดั่งแรงช้าง
เอาไว้ง้าง เหล็กไหล ให้มันอ่อน
จะง้างใจ แข็งมั่น ให้สั่นคลอน
นุ่มนวลอ่อน ผ่อนใจแข็ง แรงใจคืน…

________________________________________________________

มีหลายครั้ง ที่เรา เฝ้าเร่งรีบ
สัญชาติบีบ ให้เรา เขลาไปทั่ว
ทำอะไร ไม่สำนึก รู้สึกตัว
สติมัว ตามไม่ทัน จึงบั่นทอน

ถ้าตัวเรา ก้าวช้า ลงกว่านี้
สติมี มากมาย ไปสั่งสอน
จะทำการ สิ่งใด ให้สังวร
จงตั้งก่อน สติมา ก่อนหน้าเดิน…

________________________________________________________

ภูเขาใหญ่ ใครกล้า มาสะดุด
แต่ที่หยุด เพราะหินน้อย คอยเข้าขวาง
เรื่องเล็กน้อย ถ้าบ่อยไป ในทุกทาง
ย่อมจะขวาง ทางเดินได้ คิดให้ดี…

________________________________________________________

มันอาจเล็ก ในตาเรา เขาว่าใหญ่
สำคัญไหม ความเคยชิน สิ้นหลีกหนี
อยู่กับเรา ไร้ราคา ค่าไม่มี
แต่สิ่งนี้ อยู่ที่อื่น หมื่นราคา…

________________________________________________________

มองโลกนี้ ให้ดี เป็นสีสวย
ฉาบไว้ด้วย ความรัก พร้อมศักดิ์ศรี
ถ้าทุกอย่าง เรามองไป ในแง่ดี
โลกใบนี้ ก็สดใส ในใจเรา…

________________________________________________________

  • ถ้าท่าน ไปตรงๆไม่ได้ ก็จงไป ‘ทางอ้อม’ และถ้าท่านไปข้างบนไม่ได้ ก็จงไปข้างล่าง อย่ายอมแพ้ง่ายๆ เป็นอันขาด
  • ถ้าอยากจะ “ประสบความสำเร็จ” ต้องกล้าที่จะ “เปลี่ยนแปลง” ตัวเอง
  • ทางข้างหน้า ‘ลางเลือน’ เหมือนว่างเปล่า แดดจะเผาผิวผ่อง เธอหมองไหม้ ที่ตรงนั้นมีหุบเหว มีเปลวไฟ ถ้าอ่อนแอจะฝ่าไป อย่างไรกัน
  • จงฟังความรู้สึกของผู้พูด ไม่ใช่ ‘คำพูด’
  • จุดที่ต่ำสุดของ ‘ชีวิต’ ที่ทุกคนมีโอกาส ‘ประสบ’ ..เป็นได้ทั้ง ‘จุดจบ’ และ ‘บทเรียน’ ที่ดี
  • คนเราจะไม่ต้องใช้สมองเลย ถ้าพูดแต่ ‘ความจริง’
  • ยิ่งบทเรียนยากขึ้น ‘เท่าไหร่’ ถ้าเราผ่านมันไปได้เราก็จะยิ่ง ‘เก่งขึ้น’ เท่านั้น
  • ถ้าคุณไม่ลอง ‘ก้าว’ จะไม่มีวันรู้เลยว่า ‘ข้างหน้า’ เป็นอย่างไร
  • อย่ากังวลกับสิ่ง ที่ยังมาไม่ถึง แต่ให้ คำนึงถึง สิ่งที่ ‘กำลังทำ’
  • หนทางยาวไกลนับ ‘หมื่นลี้’ ต้องเริ่มต้นด้วย ‘ก้าวแรก’ ก่อนเสมอ
  • เหตุผลของ ‘คนๆหนึ่ง’ อาจจะไม่ใช่เหตุผลของ ‘คนอีกคนหนึ่ง’
  • แม้แต่นิ้วของคนเรายังยาว ‘ไม่เท่ากัน’ นับประสาอะไรกับ ‘ความยั่งยืนของชีวิต’
  • ทุกคนได้ยินในสิ่งที่ ‘คุณพูด’ แต่เพื่อนที่ดีที่สุดจะได้ยินแม้ในสิ่งที่คุณ ‘ไม่ได้พูด’
  • ทุก ‘หนึ่งนาที’ ที่คุณใช้ไปในการ ‘วางแผน’ จะประหยัดเวลาได้อย่างน้อย ‘สามนาที’ ในการปฎิบัติตามแผน
  • ถ้าคุณ ไม่ลองก้าว จะไม่มีวันรู้เลยว่า ข้างหน้า เป็นอย่างไร
  • คนเรา เจ็บปวดครั้งแรก พอที่จะโทษคนอื่นได้ .. แต่เจ็บปวด ครั้งที่สอง มีแต่ “ต้องโทษตัวเอง”
  • ท้อแท้ได้ แต่อย่า “ท้อถอย” ..อิจฉาได้แต่อย่า “ริษยา” พักได้แต่ “อย่าหยุด”
  • เพื่ออะไร ‘กับการรอคอย’ ที่ ‘ไม่มีความหมาย’
  • เมื่อวาน ‘ก็สายเกินแก้’ พรุ่งนี้ ‘ก็สายเกินไป’
  • แม้แต่นิ้วของคนเรา ‘ยังยาวไม่เท่ากัน’ นับประสาอะไรกับ ‘ความยั่งยืนของชีวิต’
  • โลกใบนี้เต็มไปด้วย “ความมหัศจรรย์” ถ้าไม่ออกเดินทางก็ “ไม่มีวันค้นพบ”
  • ตึก ยังรู้พัง ‘สตางค์’ ยังรู้หมด แต่ ‘ไมตรี’ อันสวยสดไม่มีหมดเหมือนสตางค์
  • บางครั้ง เราก็เหมือน “คนตาบอด” มีวิธีเดียวที่จะพาเรามุ่งหน้าไปได้ คือ “การคลำทางเดินหน้าต่อไป”
  • บางสิ่งของชีวิต “ไม่จำเป็นต้องจำ” ถ้ามันทำให้เจ็บ, แต่บางสิ่งก็ควรจะเก็บ “ถ้ามันเป็นความเจ็บที่น่าจำ”
  • คนฉลาด เรียนรู้จาก “ความผิดพลาดของผู้อื่น”  คนโง่ เรียนรู้จาก “ความผิดพลาดของตัวเอง”
  • หลังผ่านปัญหา จะรู้ว่า  “ปัญหานั้นเล็กนิดเดียว”
  • เราน่าจะ “เปลี่ยนปัญหากันได้” เพราะเรามักจะ “แก้ปัญหาของผู้อื่นได้”
  • อย่าเกลียด “น้ำตา” เพราะมันคือ “เพื่อนแท้”,
  • อย่าเกลียด “ความอ่อนแอ” เพียงเพราะมันไม่ใช่ “ความเข้มแข็ง”
  • มีแต่วันนี้ “ที่มีค่า” ไม่มีวันหน้า วันหลัง
  • ที่ที่ดีที่สุดที่จะพบ “มือที่พร้อมจะช่วยเหลือ คุณ”  คือ ที่สุด “ปลายแขนของคุณเอง”
  • มีเพียงชีวิตที่ทำ “เพื่อคนอื่นเท่านั้น”  ที่ควรค่าแก่การ “มีชีวิต”
  • ความเหงาเป็น “เพื่อนแท้”  อ่อนแอเป็น “เพื่อนเก่า”  ความเงียบก็ “เพื่อนเรา”  ใจบางเบาคือ “เพื่อนตาย”
  • ความเห็นอกเห็นใจ  คือ “กฎสำคัญ” ของ “ชีวิตมนุษย์”
  • คนที่ว่าคนอื่น “โง่” บุคคลนั้น “โง่ยิ่งกว่า”  คนที่ว่าคนอื่น “ฉลาด” บุคคลนั้นคือ “ผู้ฉลาดอย่างแท้จริง”
  • ความโศรกเศร้า สามารถเยียวยาตัวเองได้ “โดยลำพัง”  แต่การจะได้รับ ความเบิกบาน อย่างเต็มเปี่ยม  จำเป็นต้องมี “ใครสักคน” มาแบ่งปัน
  • ทุกสิ่งในชีวิต โดยพื้นฐานแล้ว คือ “ของขวัญ”  จงกางมือรับ “สิ่งนั้น” และ “ถือไว้”

________________________________________________________

วันเวลาผ่าน ไปให้ หยุดคิด…. เพียงสักนิด ว่าเรา จะไปไหน

ถามใจดู ถามให้รู้ จากภายใน…. ถ้าตอบได้ ก็จะรู้ อย่าดูนาน

เพราะเวลา ไม่มี ให้นานนัก…. หากมัวรัก ผูกใจ ในลูกหลาน

เหมือนติดบ่วง รัดไว้ ชั่วกาลนาน…. เพราะบ่วงมาร ร้อยรัด มัดโดยตรง

มาคนเดียว ไปคนเดียว คือจริงแท้…. อย่ามัวแต่ ยึดไว้ใจ ลุ่มหลง

สัจธรรม คือธรรมะ พระพุทธองค์…. จะมั่นคง มิแปรผัน นั่นแหละจริง

________________________________________________________

เสบียงธรรม

อย่าอวดรู้ อวดดี ว่ามีศักดิ์
อย่าหลงรัก ลาภยศ สรรเสริญ
อย่าโอ้อวด รวยทรัพย์ นั่งนับเพลิน
อย่ารักเงิน หลงผิด ติดวังวน
ทุกทุกสิ่ง ที่กล่าวนี้ ไม่มีเที่ยง
จะมีเพียง ก็แต่ บุญกุศล
เปรียบเสมือน เสบียงธรรม หนุนนำตน
ทุกแห่งหน แม้ยามตาย วายชีวา

________________________________________________________

สวรรค์ในอก นรกในใจ

พุทธองค์ ทรงชี้นำ ธรรมะให้

พวกเราได้ เรียนรู้ตาม คำสั่งสอน
สุขหรือทุกข์ เกิดจาก กรรมตัดรอน
ธรรมะสอน ให้ละ อย่าริลอง

ทำดีไว้ ดีให้ผล นำตนสุข
ทำชั่วทุกข์ คือผลให้ ใจหม่นหมอง

นรกหรือ สวรรค์ใช่ ไกลเกินมอง
เพราะทั้งสอง นั้นอยู่ใน หัวใจเรา

________________________________________________________

ว่าง

ความว่าง ว่างจากใด ว่างที่ใจ กาย สมอง
ความว่าง หากว่างท้อง ร้องดังก้อง ให้ได้ยิน

ความว่าง ว่างจากใด ว่างที่กาย คือตายสิ้น
ว่างจริง หากแดดิ้น? หรือเพียงสิ้น แค่กายา

ความว่าง ว่างจากใด สมองใส ไม่อ่อนล้า
หรือว่าง อย่างใบ้บ้า ไร้รู้สา ลาความจริง

ความว่าง ว่างจากใด ว่างกลางใจ ไร้ทุกสิ่ง
อุปทาน อันกลอกกลิ้ง วัฎฎะทิ้ง นิพพานํ

________________________________________________________

หากจะชั่ว ให้สุดขั้ว ของชีวิต

ก็หวั่นจิต กลัวคน จะเหยียดหยาม

เพียรสร้างสรรค์ บรรจง พยายาม

ความดีงาม ใช่ซื้อหา ราคาแพง

________________________________________________________

เมตตา………แปลตรงตรง ว่าความรัก

กรุณา……….จักสงสาร มิหน่ายแหนง

มุทิตา………..จิตอ่อนโยน ไม่ร้อนแรง

อุเบกขา……..ท่านแจ้งว่า จงปล่อยวาง

________________________________________________________

สมัยเด็ก ตามยาย ไปในวัด

พระท่านขัด เกลากล่อม หล่อหลอมสร้าง

พรมวิหารสี่ เด็กน้อย ยึดแนวทาง

จำไม่หมด จดบ้าง ห่อนหมางเมิน

________________________________________________________

ณ วันนี้ ถึงวัย เข้าใกล้ฝั่ง

พร้อมสอนสั่ง สืบธรรม นำสรรเสริญ

มีลูกจัก สอนลูก พลอยดำเนิน

ลูกสอนหลาน จำเริญธรรม ประจำใจ

________________________________________________________

มองโลก

“อันคนเราย่อมมีดีและชั่ว
มองให้ทั่วอย่าแค่เดาเท่าที่เห็น
นำส่วนดีมาคิดพินิจเฟ้น
แยกประเด็นด้วยปัญญา…ใช่อารมณ์”

________________________________________________________

“อันคนเราย่อมมีดีและชั่ว

มองให้ทั่วอย่าแค่เดาเท่าที่เห็น

นำส่วนดีมาคิดพินิจเฟ้น

แยกประเด็นด้วยปัญญา…ใช่อารมณ์”

________________________________________________________

เป็นมนุษย์ สุดแสน จะลำบาก

คงอยู่ยาก หากไม่ใช้ นัยธรรมข่ม

โลภโกรธหลง พาหะโรค ความโศกตรม

เหยียบให้จม ใต้สติ .. ที่ตริตรอง

________________________________________________________

เป็นมนุษย์ สุดแสน จะลำบาก

คงอยู่ยาก หากไม่ใช้ นัยธรรมข่ม

โลภโกรธหลง พาหะโรค ความโศกตรม

เหยียบให้จม ใต้สติ .. ที่ตริตรอง

________________________________________________________

เพียงเกิดมา อย่าแค่ว่า ได้มาเกิด

เพียงมนุษย์ สุดประเสิรฐ เลิศกว่าผอง

หยิ่งทะนง ทั้งหลงตน จนลำพอง

ไม่เคยมอง ตรองให้ดี ถึงที่มา

________________________________________________________

ยึดอัตตา กิเลสหนา ช่างน่าเศร้า

เหยียดคนเขา เราสูงศักดิ์ ใหญ่หนักหนา

ถึงคราตาย ลมหายใจ ไม่ได้มา

ท้ายกายา แค่ฝุ่นฟุ้ง คลุ้งลอยลม

________________________________________________________

อโลภะ อโทสะ อโมหะ

ปีกธรรมะ โอบใจ ให้สุขสม

ฉ่ำเย็นดุจ ฝนจากฟ้า มาพร่างพรม

ฝากคำคม ให้เพื่อน อย่าเลือนลืม

________________________________________________________

จรนฺติ พาลา ทุมฺเมธา อมิตฺเตเนว อตฺตนา

คนพาลทรามปัญญา ย่อมดำเนินชีวิต โดยมีตนเองนั่นแหละเป็นศัตรู

________________________________________________________

อภิญญา

ด้วยดวงใจ ใสสะอาด ปราศจากทุกข์

จิตเปี่ยมสุข ด้วยธรรม เกษมศรี

พุทธองค์ ทรงสอนให้ ทำความดี

ให้เมตตา ปรานี ต่อทุกคน

ด้วยดวงใจ สว่างไสว ในคำสอน

ยอมโอนอ่อน น้อมธรรม นำฝึกฝน

หากอ่อนแอ มารเจ้า เข้าผจญ

จักเสียคน เพราะพลาด ประมาทแล

ด้วยดวงใจ ได้ตรึก ระลึกอยู่

ความใคร่รู้ อยากเห็น เป็นกระแส

เฝ้าฝึกฝน ฝึกตน มิอ่อนแอ

ธรรมจริงแท้ ย่อมเกิดได้ ในใจตน

________________________________________________________

กาลเวลา มิได้ ทำให้ใคร

จะยิ่งใหญ่ คับฟ้า อย่าสับสน

มีแต่จะ แก่ลง ทุกผู้คน

ห่อนอึงอล หน้าตา พะว้าพะวัง

________________________________________________________

ด้วยดวงใจ ใสสะอาด ปราศจากทุกข์
จิตเปี่ยมสุข ด้วยธรรม เกษมศรี
พุทธองค์ ทรงสอนให้ ทำความดี
ให้เมตตาปรานีต่อทุกคน

________________________________________________________

ด้วยดวงใจ สว่างใส ในคำสอน
ยอมโอนอ่อน น้อมธรรม นำฝึกฝน
หากอ่อนแอ มารเจ้า เข้าผจญ
จักเสียคน เพราะพลาด ประมาทแล

________________________________________________________

ด้วยดวงใจ ได้ตรึก ระลึกอยู่
ความใคร่รู้ อยากเห็น เป็นกระแส
เฝ้าฝึกฝน ฝึกตน มิอ่อนแอ
ธรรมจริงแท้ เกิดขึ้นได้ ในใจตน

________________________________________________________

จงเร่งสร้าง ความดี เข้าที่เถิด

จะบังเกิด ผลกรรม นำความหวัง

ร้อยรสธรรม เก็บไว้ เป็นพลัง

หากพลาดพลั้ง ตั้งสติ ตริตรองความ

________________________________________________________

กาลเวลา มิรอคอย อยู่กับที่

มาเร่งรี่ ตอบถ้อย ทุกคำถาม

นำอักษร เรียงร้อย พยายาม

เป็นไปตาม ฉันทลักษณ์ ประจักษ์จริง

________________________________________________________

กาลเวลา มิสามาถ ทำให้

เรายิ่งใหญ่ คับฟ้า อย่าสับสน

มีแต่จะ แก่ลง ทุกผู้คน

ห่อนอึงอล หน้าตา พะว้าพะวัง

________________________________________________________

จงเร่งสร้าง ความดี เข้าที่เถิด
เพื่อบังเกิด ผลกรรม นำสิ่งหวัง
ร้อยรสธรรม สุขเย็น เป็นพลัง
หากพลาดพลั้ง ตั้งสติ ตริตรองความ

________________________________________________________

เวลามิ รอให้ดู อยู่กับที่
มาเร่งรี่ ตอบถ้อย ทุกคำถาม
นำอักษร เรียงร้อย พยายาม
เป็นไปตาม ฉันทลักษณ์ ประจักษ์จริง

________________________________________________________

กลอนธรรมะสอนใจ

กลอนธรรมะสอนใจ


กลอนธรรมะสอนใจ

กลอนธรรมะสอนใจ


กลอนธรรมะสอนใจ

กลอนธรรมะสอนใจ


กลอนธรรมะสอนใจ

กลอนธรรมะสอนใจ


กลอนธรรมะสอนใจ

กลอนธรรมะสอนใจ