loading...

คำคมวันออกพรรษา กลอนสอนใจ ทำความดี ละเว้นความชั่ว


วันออกพรรษา วันพระพุทธเจ้าเปิดโลก ทำบุญ ไหว้พระ สวดมนต์ ตักบาตรเทโว ไม่มีการเวียนเทียน ในวันออกพรรษา ชาวบ้าน และผู้ที่นับถือศาสนาพุทธมักจะบำเพ็ญกุศลต่างๆเพื่อให้เป็นศิริมงคลแก่ตนและครอบครัว เช่น การทำบุญตักบาตร จัดดอกไม้ ธูป เทียน ไปบูชาพระที่วัด ฟังพระธรรมเทศนาของพระผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา บรรยายธรรม สนทนาธรรม การใส่บาตรในวันนี้เรียกว่าการ “ตักบาตรเทโว” เป็นการโยนข้าวต้มมัดและข้าวต้มลูกโยน ซึ่งเป็นการทำบุญทำกุศลในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 การทำบุญทำกุศลไม่ใช่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเพียงอย่างเดียว แต่การทำดีนั้นรวมถึงการพูดการจา ทักทายผู้คนด้วย วันนี้เราเลยมีคำทักทายดีๆในวันพระมาฝากกันช่วงวันออกพรรษา เพื่อนจะได้มีคำทักทายยามเช้าที่ผู้ให้บริสุทธิ์ใจ ผู้รับก็สุขใจ ได้อ่านก็ชื่นใจ จิตใจแจ่มใสเบิกบานตลอดทั้งวัน

คำสอนของหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

1.ความดีเป็นศัตรูของชีวิต ความดีต้องมีอุปสรรค เขามาร้าย อย่าร้ายตอบ เขาไม่ดีมา จงใช้ความดีเข้าไปแก้ไข คนตระหนี่ ให้ของที่ต้องใจ คนพูดเหลวไหล เอาความจริงใจ ไปสนทนา

2. จงอย่าหวั่นไหว จงทำใจให้ได้เมื่อมีทุกข์ คนที่ทำใจได้เพราะมีสติควบคุมใจได้ ถ้าผู้ใดเจริญสติวิปัสสนากรรมฐาน จิตมั่นคง ต้องช่วยตัวเองได้ ทำใจได้ จะไม่เสียใจ ไม่น้อยใจต่อบุคคลใด คนทำใจได้นั่นแหละ จะได้รับผลดี มีสติเป็นอาวุธของตนตลอดไป

3. คนโบราณท่านมีคติดี เวลาไปไหนมาไหนต้อง 1.นิ่งได้ 2.ทนได้ 3.รอได้ 4.ช้าได้ 5.ดีได้ คนสมัยนี้นิ่งไม่ได้ ปากไม่ดี ทนไม่ได้ อยู่ไม่ได้อีก รอก็ไม่ได้ ช้าก็ไม่ได้ จึงเอาดีกันไม่ค่อยจะได้ ในยุคสมัยใหม่ปัจจุบันนี้ สิ่งเหล่านี้มีความหมายมาก แต่ทุกคนไม่เคยคิด

4. ใครตั้งใจ “ทำดี” อย่าไปกังวลเรื่อง “ปากคน” เพราะต่อให้เรา “ดี” ขนาดไหน หากไม่ถูก “กิเลส” เขา เขาก็ไม่ชอบ ไม่เข้าใจ เขาก็ตำหนิ ดังนั้น ดี-ชั่ว ไม่ได้อยู่ที่เขาว่าเรา แต่อยู่ที่เราเองทั้งหมด เรารู้เราเองก็เพียงพอแล้ว

5. ชาวพุทธแท้ๆ ควรจะได้ดีมีสุขจากการนับถือศาสนาพุทธ โดยแก้ปัญหาที่เกิดด้วยอริยสัจ 4 ทุกข์เกิดแล้วหาสาเหตุของทุกข์ด้วยการกำหนดทุกข์หนอ มันทุกข์ตรงไหนหนอ บำเพ็ญจิตภาวนา สมาธิ ปัญญาจะบอกทุกข์เกิดขึ้นตรงนั้น ต้องแก้ตรงนั้น อย่าไปแก้ผิดจุด อย่าไปให้ผีให้เจ้ามาแก้ หรือเอาหมอดูมาแก้ มันไม่ถูกเรื่อง

6. ความอดทนเป็นสมบัติของนักต่อสู้ ความรู้เป็นสมบัติของนักปราชญ์ ความสามารถเป็นของนักประกอบกิจ ความสามารถทุกชนิดเป็นสมบัติของผู้ดี

7. วันไหนโยมถูกด่ามากวันนั้นเป็นมงคล วันไหนโดยถูกป้อยอเขาจะล้วงไส้เราโดยไม่รู้ตัว หลงเชื่อเราจะประมาท จะเสียท่าเสียทีต่อมารร้าย และที่เขามาป้อยอกับเรา ระวังให้ดี เขาไม่ได้รักเราจริง

8. สร้างบุญใช้สติ ไม่ต้องใช้สตางค์ พวกเราหาแต่สตางค์ ไม่หาสติกันเลย

9. คนเราจะทำอะไรได้ก็ช่วงมีชีวิตอยู่เท่านั้น เมื่อตายแล้วไม่สามารถจะทำความดีหรือความชั่วได้เลย ฉะนั้นในช่วงที่มีชีวิตอยู่ควรที่จะทำความดีใช้ชีวิตให้เป็นสาระ จะต้องต่อสู้กับความไม่ดีงามทั้งหลายที่มีอยู่รอบตัวเรา

10. จงพอใจในชีวิตของตัวเอง โดยมิต้องไปเปรียบเทียบชีวิตของผู้อื่น (ข้อความสุดท้ายใน ส.ค.ส.2559 ที่หลวงพ่อจรัญ เขียนไว้ก่อนละสังขาร)

คำสอนของหลวงพ่อชา สุภัทโท

ผู้ใดมี “สติ” … อยู่ทุกเวลา
ผู้นั้นก็จะได้ฟังธรรมะของพระพุทธเจ้า…อยู่ตลอดเวลา

เพราะว่า เมื่อตามองเห็นรูป…ก็เป็นธรรมะ
หูได้ยินเสียง…ก็เป็นธรรมะ
จมูกได้กลิ่น…ก็เป็นธรรมะ
ลิ้นได้รส…ก็เป็นธรรมะ
ธรรมารมณ์ที่เกิดขึ้นกับใจ นึกขึ้นได้เมื่อใด…เป็นธรรมะเมื่อนั้น

ฉะนั้น “ผู้มีสติ”
จึงได้ฟังธรรมะของพระพุทธเจ้าอยู่ตลอดเวลา…ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง นอน
มันมีอยู่ทุกเวลาเพราะอะไร ? เพราะเรามีความรู้อยู่

ในเวลานี้ เราจึงเรียนอยู่กลางธรรมะ
จะเดินไปข้างหน้า…ก็ถูกธรรมะ
จะถอยไปข้างหลัง…ก็ถูกธรรมะ

ท่านจึงให้มี “สติ”
ถ้ามีสติแล้ว มันจะเห็นกำลังใจของตน เห็นจิตของตน
ความรู้สึกนึกคิดของตัวเองเป็นอย่างไร ก็ต้องรู้
รู้ถึงที่แล้ว ก็รู้แจ้งแทงตลอด

…เมื่อมันรอบรู้อยู่เช่นนี้
การประพฤติปฏิบัติ มันก็ถูกต้องดีงามเท่านั้นแหละ

เธอจงระวัง ความคิด ของเธอ
เพราะความคิดของเธอ
จะกลายเป็นความประพฤติของเธอ

เธอจงระวัง ความประพฤติ ของเธอ
เพราะความประพฤติของเธอ
จะกลายเป็นความเคยชินของเธอ

เธอจงระวังความ เคยชิน ของเธอ
เพราะความเคยชินของเธอ
จะกลายเป็นอุปนิสัยของเธอ

เธอจงระวัง อุปนิสัย ของเธอ
เพราะอุปนิสัยของเธอ
จะกำหนดชะตากรรมของเธอชั่วชีวิต

 

กลอนสอนใจ

โลกใบนี้ ดูดี เป็นสีสวย
ฉาบไว้ด้วย ความรัก เป็นสักขี
หากทุกคน ต่างมองกัน ในแง่ดี
ทุกถิ่นที่ คงสวยสด แสนงดงาม

 

มาอีกแล้ว พร้อมกลอน สุนทรสาน
สุขสำราญ วันนี้ กันดีไหม
โปรดรักษา สุขภาพ พลานามัย
ทั้งกายใจ ไร้โรค โชคทวี…

 

แม้ไม่ได้ ทุกครั้ง ที่หวังไว้
จงมั่นใจ ในคุณค่า มหาศาล
หนึ่งส่วนจาก เศษฝัน เมื่อวันวาน
อาจสร้างงาน เกียรติยศ ปรากฎไกล…

 

ทำ ดี ไว้ อุด หนุน
ทำ บุญ ทุน กำไร
ทำ แล้ว ส บาย ใจ
ส วรรค์ อยู่ ไม่ ไกล…แน่ นอน

 

…เปลี่ยนจากท้อ มาเป็นคิดต่อสู้
เปลี่ยนจากตัวกู มาเป็นผู้กู้ชาติ
เปลี่ยนวิกฤติ มาเป็นโอกาส
เปลี่ยนอาฆาต มาเป็นปรารถนาดีฯ
…เปลี่ยนจากปองร้าย กลายมาเป็นปองดอง
เปลี่ยนจากเพื่อนพอง กลายมาเป็นพี่น้องกัน
เปลี่ยนจากคำลวง กลายมาเป็นคำหมั่น
เปลี่ยนจากความฝัน กลายมาเป็นวัน..อันเป็นจริงฯ

 

คงจะสุด หยุดกลอน ไม่นอนก่อน
ขออวยพร ให้ทุกท่าน จงสุขขี
หลับฝันหวาน ชีพชื่น เป็นหมื่นปี
ทุกราตรี ปรีเปรม อิ่มเอมใจ

ร่มเงา คือ ประเทศชาติ
ร่มเย็น คือ พระพุทธศาสนา
ร่มเกล้า คือ พระมหากษัตรา
ร่วมใจบูชา…แซ้ซ่องท้องถินไทย​ฯ

 

อยากเลอเลิศประเสริญศรีมีสามารถ
อยากฉลาดสูงสง่าและกล้าหาญ
อยากจะมีปริญญาวิชาการ
อยากมีงานมีชีวิตอิสรา ฯ

 

หากเหนื่อยหนัก….ก็พักเสีย
หายอ่อนเพลีย…แล้วสู้ใหม่
มาต่อเติม….เพิ่มถ่านไฟ
จงสุมใส่… ให้ลุกโชน

 

เพราะเราคือตำนานแห่งการให้
เพราะเราไม่ถือตนต่อชนผอง
เราจึงเป็นชาติพันธุ์อันปรองดอง
เราจึงครองความเมตตาสามัคคี

 

ของบางอย่าง ซื้อไม่ได้ ด้วยเงินทอง
เพราะเป็นของ ไม่มี ราคาขาย
เช่นความรัก ความปราณี มีน้ำใจ
ปลูกฝังไว้ คิดชอบ ประกอบกัน
สิ่งเหล่านี้ มีค่า แก่ชีวิต
เพราะว่าเงิน ไม่มีสิทธิ์ มาจัดสรร
ได้แต่เพียง เราจะให้ กันและกัน
และผู้ให้ ได้รางวัล คืออิ่มใจ

 

…ขอให้มี ความสุข ทุกๆวัน…
วันจันทร์…สุดแสนหวาน
วันอังคาร…ดีแสนสุด
วันพุธ…สุดแสนดี
วันพฤหัสบดี…มีแต่ความสุข
วันศุกร์…สุขแสนเท่า
วันเสาร์…สุดเร้าจิต
วันอาทิตย์…สุดเร้าใจ ทุกคนนะครับ