loading...

คำคมและข้อความให้กำลังใจสำหรับคนที่เป็นหนี้สินเยอะๆ


คนเรานั้นเลือกเกิดไม่ได้ ต่างคนต่างดิ้นรนขวนขวายหาเลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัว เพิ่อความอยู่รอด  สำหรับใครที่มีหนี้สินเยอะๆ จากการไปกู้ยืมเงินเพื่อมาลงทุนแล้ว พอลงทุนแล้วไม่ได้อย่างหวัง ไม่ประสบผลสำเร็จ ขาดทุน เป็นหนี้ วันนี้เรามี ข้อความให้กำลังคนเป็นหนี้สินมาฝาก รับรองว่าเพื่อนๆจะหายเครียดแน่นอน ทุกอย่างล้วนมีทางออกเสมอ ถ้าเราขยันไม่เกียจคร้าน ลองผิดลองถูกสักวัน วันนั้นจะเป็นของเราแน่นอน ขอให้เพื่อนๆโชคดีนะ

ทุกวันนี้ทำเท่าไรใช้หนี้หมด

ไม่โป้ปดเพราะบาปกรรมที่ทำไว้

สมัยก่อนดันใช้เงินตามแต่ใจ

ไม่เป็นไรหมดหาใหม่ฉันคิดเอง


จะกินดื่มเที่ยวแค่ไหนจ่ายไม่อั้น

สารพันค่าเลี้ยงดูมีที่ไหน

ผ่อนบ้านหรูซื้อรถแพงไม่ใส่ใจ

ว่างเมื่อไรเป็นช็อปปิ้งทิ้งเงินตรา

 


 

เงินไม่พอไม่หนักใจใช้เครดิต

หนังชีวิตรูดจนเต็มวงเงินหรา

จ่ายขั้นต่ำดอกเบี้ยแพงเต็มอัตรา

ไม่นำพาสร้างภาพหรูกรูจัดไป

 


 

ถึงวันนี้เจ้าหนี้ตามทั่วสารทิศ

จนชีวิตแสนอึดอัดยุ่งยากหนอ

เป็นเพราะเราไม่รู้จักเก็บไม่รู้จักพอ

จะร้องขอความช่วยเหลือจากใครกัน

 


นาทีนี้มีแต่เราช่วยเราได้

เลิกใช้จ่ายฟุ่มเฟือยกันเถิดหนา

หนี้ไหนหนักพักไว้ก่อนค่อยเจรจา

ที่ผ่านมาเป็นบทเรียนสอนใจตน

 


ปัญหามีไว้ให้แก้ไม่ใช่กลุ้ม

ดังไฟรุมเพลิงเผลาผลาญตามวิถี

สติมาปัญญาเกิดเปิดทางดี

ไม่นานปีแก้ปัญหาหมดปลดหนี้เอย

เอากำลังใจ คนที่กำลังเป็นหนี้ มาฝาก ลองอ่านดูนะ เผื่อจะทำให้ท่านรู้สึกดีขึ้น

ก่อนจะอ่านต่อ.. หายใจเข้าลึกๆ ผ่อนออกยาวๆ ทำสักสามเที่ยว

สบายขึ้นแล้วใช่ไหมครับ
แต่สบายใจขึ้นก็จะดีขึ้นแป๊บเดียว เดี๋ยวจิตก็จะกลับไปคิดเรื่องเดิมอีก
นี่แหละครับ ที่พระพุทธเจ้าท่านว่า สุขก็ชั่วคราว ทุกข์ก็ชั่วคราว

เคยสังเกตไหมครับ ว่าชีวิตเรานี่ ไม่มีอะไรเป็นของเราจริงๆเลยสักอย่าง
แม้แต่สิ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิตอย่างลมหายใจ
เราหายใจเข้า ก็เก็บไว้ได้แป๊บเดียว เดี๋ยวก็ต้องหายใจออก
หายใจออกแล้วจะไม่หายใจเข้าก็ทุรนทุราย เป็นทุกข์ ต้องหายใจเข้าเพื่อแก้ทุกข์

แค่หายใจเข้าออกนี่ ถ้าพิจารณาด้วยสติ ก็สอนอะไรเราเยอะแล้วนะครับ

ร่างกายเรา ที่เราคิดว่าเป็นของเรา ถึงเวลามันจะเจ็บไข้ เราจะห้าม จะสั่งมันก็ไม่ได้
เวลามันจะโทรม จะแก่ จะเมื่อย จะปวด จะล้า เราก็ห้ามมันไม่ได้
ถึงเวลาตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง ปากสวยๆ ตากลมโต อกที่ตึงก็เหี่ยวแห้งเน่าเหม็น

พูดแบบนี้ไม่ได้บอกให้ทิ้งชีวิตหนีหนี้นะครับ
เพราะความตายทำให้คนเราพ้นหนี้ทางโลกได้ แต่พ้นทุกข์ไม่ได้
กลับจะเป็นหนี้กรรมทำให้ต้องทนทุกข์มากกว่าเดิม นานกว่าเดิมอีก

หลวงพ่อที่เป็นอาจารย์ผม ท่านเคยสอนว่า เรามีทุกข์เพราะเป็นหนี้
ถ้าตั้งสติ วางแผนดีๆ ห้าปี สิบปี ก็ยังปลดหนี้ได้

แต่ถ้าไปฆ่าตัวตายนี่ บาปกรรมจะซ้ำซ้อน เพราะจะกลายเป็นผีที่มีโทสะ
ไม่ต่างจากภาวะจิตก่อนตาย แล้วจะต้องจมอยู่ในภาวะจิตแบบนั้นไปอีกนานแสนนาน

เรื่องของคุณ มันต้องแยกเป็นสองส่วน
ส่วนของปัญหา คือเรื่องการจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ
กับเรื่องของทุกข์ คือการจัดการกับความรู้สึกในจิตใจตัวเอง

ถ้าคนอย่างคุณสวัสดิ์ หอรุ่งเรือง ที่มีหนี้เป็นหมื่นล้าน เขายังมีชีวิต มีความสุข หัวเราะออกทีวีได้
ทำไมคนที่มีหนี้ไม่กี่แสนแบบคุณจะมีความสุขไม่ได้

ตอนนี้ผมมีหนี้ธนาคารอยู่สี่ล้านกว่า ท่ามกลางกระแสวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์
ผมคำนวณดูแล้ว ถ้าวิกฤติมาถึงตัว แย่ที่สุดผมก็กลายเป็นบุคคลล้มละลายทางโลก
แต่มั่นใจว่า คงไม่ล้มละลายทางใจ และทางธรรม

อย่าไปใส่ใจเรื่องที่มาของหนี้ เพราะอันนั้นมันเรื่องอดีตไปแล้ว
ให้อยู่กับปัจจุบัน ยอมรับปัจจุบันให้ได้ ว่ามันก็เป็นไปแล้ว
ทำใจได้อย่างนี้ แล้วใจจะสบาย ด้วยผลของทานที่ชื่อ “อภัยทาน”

อีกอย่าง .. ปัญหากับทุกข์ มันมักจะมาด้วยกัน แต่มันเป็นคนละส่วนกันนะครับ
ปัญหาเหมือนชามที่บิ่น หรือเป็นรอยร้าว ซึ่งไม่ได้เกี่ยวว่าก๋วยเตี๋ยวในชาม จะรสชาติดีหรือแย่

เรื่องปัญหาหนี้ ก็เช่นกัน ถ้าคุณลองหาข้อมูลซึ่งผมจำได้ว่ามีเว็บไซต์ของบรรดาลูกหนี้บัตรเครดิตเขาทำไว้
เขามีคำแนะนำชนิดละเอียดยิบ ว่าคุณควรจะรับมือ จัดการปัญหาหนี้ของคุณอย่างไร

สติเป็นเรื่องสำคัญ ขอให้สวดมนต์ ไหว้พระ ถือศีล แล้วหัดภาวนา
หลายๆกระทู้เรามีลิงค์ที่นำไปสู่เว็บชื่อ วิมุตติ คุณไปโหลดไฟล์เสียงมาฟังได้

ทำมันทั้งสองอย่าง คือแก้ปัญหาด้วย จัดการทุกข์ด้วย
ขอให้ค่อยๆมีทางออกที่ดีให้ชีวิตนะครับ

ที่มา : http://www.star4life.com/forum/index.php?PHPSESSID=rqi5b4rjckdnmjag7k9quq3om0&topic=1045.msg3420#msg3420

 

อย่าอ้างว่าบ้านจน เรียนน้อย
แก่แล้ว เด็กเกิน หรือกระทั่งพิการ
เพราะข้ออ้างที่ว่ามา
มีคนทลายมันได้หมดแล้ว

 

สุขใจเป็นบางครั้ง
ทุกข์ใจเป็นบางครา

สุขเสมอ ถ้าเราสบายใจ
ปล่อยความทุกข์ออกไป
ไม่เก็บ ไม่จำ ให้ช้ำใจ

 

เพราะเราไม่รู้ว่า พรุ่งนี้ กับ อุบัติเหตุ อะไรจะมาก่อนกัน
อย่ามัวแต่รอ และอ้างว่า ยังไม่พร้อม
อย่ามัวแต่รอ และอ้างว่า ยังไม่มีเวลา

รู้ก่อนตอนนี้ ดีกว่า พูดว่า รู้งี้ตอนหลัง

 

เป็นคนดีที่ไม่โด่งดัง
ยังดีกว่า การเป็นคนดังในทางที่ไม่ดี

แต่ ณ ตอนนี้ คงไม่มีอะไรดี
ไปกว่าการเป็นคนดี ที่โด่งดัง

 

ความจน บนโลกใบนี้ มีสี่แบบ
1. จนเงิน มีเงินไม่พอใช้เลี้ยงดูตัวเอง
หรือไม่พอเลี้ยงดูคนที่เรารัก

2. จนเวลา ไม่มีเวลาใช้ชีวิต
ไม่มีเวลาทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

บางคน มีเงิน แต่ไม่มีเวลาใช้เงิน
บางคน มีเวลา แต่ไม่มีเงินใช้
บางคนหนักกว่า ไม่มีทั้งเงินและเวลา
ซึ่งส่วนใหญ่ จะโทษว่าเป็นเพราะ
ข้อ 3. นั่นคือ

3. จนโอกาส ไม่มีโอกาสดีๆเข้ามาในชีวิต
หลายคนบ่นว่า เราก็ขยันนะ
แต่ทำไม ไม่ประสบความสำเร็จเสียที

เราอาจต้องเข้าใจก่อนว่า
คนสำเร็จ ทุกคนล้วนต้องขยัน
แต่คนขยัน ไม่ทุกคนที่จะสำเร็จ

เพราะขยันผิดที่ สิบปีก็ไม่รวย
ถ้าการทำงานหนักอย่างเดียว
จะทำให้ประสบความสำเร็จ
กรรมกรแบกหาม คงร่ำรวยทุกคน
ไม่ได้บอกว่า อาชีพนี้ไม่ดี
เพียงแต่ โอกาสที่อาชีพนี้มีมันน้อยมาก

ดังนั้น เรา work hard อย่างเดียวไม่พอ
เราต้อง work smart ด้วย
หาโอกาสที่ดีแล้วเมื่อเจอ
จงอย่าลังเลที่จะคว้ามัน

แต่ที่แย่กว่าจนโอกาสนั่นคือ
หลายครั้ง เรามีโอกาสดีๆ เข้ามา
แต่เรานั่นล่ะ ปฏิเสธโอกาสนั้นเอง
แบบนี้ เราเรียกว่าจนแบบที่สี่ คือ

4. จนความคิด มัวแต่คิดดูถูกศักยภาพตัวเอง
คิดลบ คิดในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์
คิดแต่สิ่งที่ทำให้ตัวเองไม่สำเร็จ
คิดว่าตัวเองคงทำไม่ได้
แล้วก็ปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดลอยไป

จนเงิน จนเวลา เจอโอกาสดีๆ
ยังเปลี่ยนแปลงชีวิต
แต่ถ้าจนความคิด
รับรอง ชีวิตไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

วันนี้ เวลาเราเจอคนดูถูกเรา เราชอบไหม?
ถ้าเราบอกว่า เราไม่ชอบ แล้ว
ทำไม เราชอบดูถูกศักยภาพตัวเอง?

ต่อให้คนร้อยคน บอกว่าเราทำได้
แต่ถ้าเราบอกตัวเอง ว่าเราทำไม่ได้
ก็ไม่มีประโยชน์อะไร
เพราะไม่ว่า เราจะคิดว่าเราทำได้ หรือไม่ได้
เราก็คิดถูกเสมอ
เพราะเราจะเป็นอย่างที่เราคิด