loading...

คำคม หลักธรรมคำสอน พระพุทธทาสภิกขุ


รวมหลักธรรมคำสอน พระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินฺทปญฺโญ) หรือ ท่านพุทธทาสภิกขุ ที่ได้ถูกถ่ายทอดให้บุคคล หรือคนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ แล้วนำหลักธรรมคำสอนของท่านมาใช้ และได้นำหลักธรรมคำสอนมาใช้อ้างอิงในวิชาเรียน ให้นักเรียนได้ตระหนัก ถึงคุณงามความดี และแง่คิดต่างๆสามารถนำไปประพฤติและปฎิบัติใช้ในชีวิตประจำวันได้

เราจึงรวบรวมคำคม และคำคมธรรมะสอนใจ ท่านพุทธทาสภิกขุ ให้ผุ้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านและศึกษาคำสอนของท่าน สามารถนำไปใช้และอ้างอิง ตามความพึงพอใจของท่านได้เลยนะ

101 หลักธรรมคำสอน พระพุทธทาสภิกขุ

1. ที่มาแท้จริงของสุขและทุกข์ คือการทำผิดหรือทำถูก ต่อกฎอิทัปปัจจตา
2. พุทธศาสนาทำให้รู้จักทุกอย่างที่เกี่ยวกับชีวิตในลักษณะที่ไม่เกิดทุกข์
3. คนเกลียดวัดเกลียดธรรมะ โดยมากไม่รู้สึกตัวว่าเกลียด จึงไม่มีความคิดที่จะหมุนเข้ามาหาธรรมะ
4. เด็ก ๆ นั่นแหละ คือผู้สร้างโลกในอนาคตที่แท้จริง
5. คนโง่พูดว่า มีแต่เวลากินเรา เราไม่อาจกินเวลา
6. เมื่อเราตะกละ อาหารกินเรา, เมื่อเรามีสติ เรากินอาหาร โดยมากเป็นอย่างไร คิดดูเองเถิด
7. กามารมณ์เป็นค่าจ้างเพื่อการสืบพันธุ์ อย่าไปสนใจใยดีหรือถึงกับบูชากันนักเลย
8. พุทธบริษัทต้องพูดเป็น ทั้งภาษาคนและภาษาธรรม
9. คนหนึ่งพูดภาษาเงิน อีกคนพูดภาษาธรรมแล้วมันจะพูดรู้เรื่องได้อย่างไรกัน
10. ภาษาพูดอย่างมีตัวตน คือภาษาคน พูดอย่างไม่มีตัวตน คือภาษาธรรม
11. จงจัดชีวิตประจำวัน ให้เต็มไปด้วยความหมายของนิพพาน คือความสงบเย็น
12. เรียนธรรมะในป่า มีนิพพานเป็นอารมณ์, เรียนธรรมะในเมือง มีกิน – กาม – เกียรติเป็นอารมณ์
13. ถ้าคนรู้และเข้าใจว่า ทำไมสัตว์ไม่เป็นโรคประสาท คนก็จะไม่เป็นโรคประสาทมากขึ้น
14. สิ่งที่หลอกลวงเราที่สุด ก็คือสิ่งที่เราเรียกชื่อมันว่า “ความสุข”
15. เป็นสุขหรือทุกข์ได้โดยไม่ต้องมีบุคคล มีแต่จิตที่ถูกปรุงหรือไม่ถูกปรุง ให้รู้สึกเช่นนั้น
16. ถ้าท่านพูดพล่อย ๆ ก็คือท่านเปิดรูรั่ว ให้เกียรติยศของท่าน ค่อย ๆ รั่วจนหมดไป
17. ถ้าท่านทำงานเห็นแก่หน้า ท่านจะพบและเพิ่มปัญหาเรื่อยไป
18. ถ้าท่านทำตัวเห็นแก่ได้ ก็อย่าหวังน้ำใจจากเพื่อนฝูง
19. ถ้าท่านกลัวจนเกินไป ท่านก็ไม่มีทางจะทำอะไรได้สำเร็จ
20. ถ้าท่านหวังแต่ความสนุก ก็จงเตรียมตัวสำหรับพบกับความทุกข์อย่างมหันต์
21. ถ้าท่านทำดีเพื่อเด่น ก็จะถูกเขารุมกันเขม่น แม้จากญาติมิตรของตนเอง
22. ถ้าท่านหวังพึ่งแต่คนอื่น ก็มีวันที่จะต้องกลืนน้ำตาตนเอง
23. การโกรธคนอื่นเขา ก็เท่ากับจุดไฟเผาตัวเอง เสียก่อนแล้วตั้งนาน
24. ถ้าทำตัวเป็นผู้รับแต่ฝ่ายเดียว โลกนี้ก็จะไม่มีผู้ให้ เหลืออยู่แม้แต่คนเดียว
25. ถ้าทำหูเบาใจเบา ชีวิตของเราก็จะเป็นนุ่นปลิวไปตามลม จนตามจับกันไม่หวาดไหว
26. ถ้าพูดโดยไม่คิด มันจะกลายเป็นยาพิษ กลับมาหาท่าน อย่างสุดที่จะป้องกัน
27. ถ้าไม่มีความทุกข์แล้ว จะสร้างความสุขขึ้นบนรากฐานอะไร จงขอบใจความทุกข์กันเสียบ้าง
28. ถ้าจะหาความสุข จากความเพลิดเพลินมัวเมา ก็จะเท่ากับหาตัวเราในกระจก
29. ถ้าอยากเป็นคนมีอำนาจ ก็อย่าใช้คำว่าตวาดด่าทอเขา ให้อำนาจของเราร่อยหรอไป
30. ถ้าอยากเป็นคนเด่นคนดัง ก็ต้องเลิกหวังในความสงบ ซึ่งมันอยู่ด้วยกันไม่ได้
31. กินอยู่เท่าที่มี ดีกว่าไปเป็นหนี้เขา เพื่อเอามากินเติบ
32. เป็นสุขในการงาน ดีกว่าสุขสำราญอยู่ในบ่อน แต่มันก็ยากที่จะรู้จัก
33. แสวงหาเงินจากการงาน เป็นการแน่นอน และจะได้มาก่อนการเสี่ยงโชคบนบานบวงสรวง
34. กินอยู่แต่พอดี แม้ผีจะหัวเราะ ก็ยังดีกว่ากินดีอยู่ดี จนผีกลัว
35. การไม่ต่อสู้ในบางกรณี กลับเป็นวีรกรรม ยิ่งกว่าการต่อสู้ อย่างเอาเป็นเอาตาย
36. หญิงสาว ก่อนจะตัดสินใจรักเขา สังเกตให้มากกว่าเก่าอีก ๓ เท่า จึงจะปลอดภัย
37. พอมีอำนาจราชศักดิ์ ก็มีโอกาสที่จะทุจริตได้ง่ายขึ้นอีกหลายเท่าตัว ต้องระวังให้ดี
38. ถ้าขายังไม่แข็ง แม้จะมีแรง ก็อย่าเพ่อลุกขึ้น มันจะเสียแรงเปล่า
39. การหลีกเลี่ยงเมื่อไม่มีหนทางสู้ นั่นก็คือการสู้อีกแบบหนึ่ง ซึ่งควรจะรู้จักไว้
40. ไม่มีอะไรน่าเกลียด เท่ากับการดัดจริตวางท่าทำให้น่ารัก ชนิดตบตาผู้อื่น
41. ยิ่งทำเด่น ยิ่งถูกคนเขาเขม่น และคอยสมน้ำหน้า เมื่อความเด่นพังทลายลง, ระวังไว้เถิดคนชอบเด่น
42. ผู้ชายแคล่วคล่อง ผู้หญิงว่องไว เป็นปัจจัยแห่งความก้าวหน้า ของครอบครัว โดยไม่ต้องขัดแย้งกัน
43. ดูจากจำนวนคนทำบุญอยากไปสวรรค์ ถ้าจริงตามนั้น ไม่เท่าไรสวรรค์ก็จะแน่นอัด ยิ่งกว่าปลาซาดีนในกระป๋อง
44. คนเราต้องฉลาดแต่พอดี และในทางที่ถูกที่ควรเท่านั้น ที่จะเจริญและเอาตัวรอดได้, เรามันฉลาดกันจนเฟ้อ
45. ความกล้าหาญ ของคนมีสติสัมปชัญญะเท่านั้น ที่จะจัดเป็นวีรกรรมอันแท้จริง มิฉะนั้นก็เป็นเรื่องของคนบ้าบิ่น
46. เครื่องแต่งตัวและเนื้อตัวที่สะอาด มิได้หมายความว่าใจจะสะอาดด้วยเสมอไป ดังนั้นอย่าดูกันภายนอก
47. ผู้ที่ดีแต่คอยฉกฉวยยื้อแย่งทรัพย์สินของผู้สุจริตนั้น ไม่ควรมีสิทธิ์ที่จะอยู่ในโลกนี้ อีก ๓ เท่า
48. วันเวลาที่ท่านสามารถทำหน้าที่ของท่านได้ดีที่สุด นั่นแหละคือวันฤกษ์ดียามดีที่สุด สำหรับท่าน อย่าไปดูหมอให้เสียเวลา
49. ถ้าอยู่ในฐานะที่จะหลีกทางให้ไม่ได้จริง ๆ ก็จงยินดีเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง ที่ประดังกันเข้ามา
50. ในบ้านเมืองที่ยิ่งเจริญ ก็ยิ่งมีความโหดร้ายทารุณที่ซ่อนเร้นอยู่ ยิ่งกว่าในป่า ที่ไร้ความเจริญ
51. ลิงจะแต่งเนื้อแต่งตัวเท่าไรอย่างไร ใคร ๆ ก็ยังรู้ว่าลิง อยู่นั่นเอง แม้แต่เด็กทารก
52. ถ้าท่านเหยียบงู ก็เท่ากับท่านทำให้มันรู้สึกว่า ท่านท้าทายให้มันกัดท่าน ดังนั้นระวังไว้ดีกว่า
53. เพียงแต่คิดจะเป็นคนดี นั้นยังไม่พอ, ต้องพยายามเป็นคนดีให้ได้ด้วย จึงจะพอ
54. เงินนั้นสร้างได้ ทั้งสร้างความดีให้คนดี และสร้างความชั่วให้คนชั่ว, อย่าไปโทษเงินเสียท่าเดียว
55. เมื่อมือทั้งสองข้างยังใช้งานได้อยู่ แล้วก็ยังไม่มีอะไรจะกินอีก นั่นคือภาวะ “คนสิ้นคิด”
56. แม้คูข้างถนน ก็อาจกลายเป็นเหวลึก ของคนเมาหรือคนประมาท ขึ้นมาเมื่อไรก็ได้, ดังนั้นอย่าประมาท
57. การสวมหน้ากากเข้าหากัน กลายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญไปแล้ว ในโลกแห่งสังคมปัจจุบัน
58. การทำผิดโดยมิได้ตั้งใจ เป็นสิ่งที่ควรได้รับอภัยตามสมควรแก่กรณี
59. เพราะโง่งมงาย ถือดีจนตาย ไม่มีใครฟังได้ยิน
60. ในโลกนี้ อะไรจะเป็นของสำคัญหรือไม่สำคัญ อยู่ที่การสมมติของมนุษย์
61. บางคนยกยอใคร เพียงเพื่อให้เขายกยอตัว เป็นผลตอบแทนกลับมา
62. ความสวยกินไม่ได้ แต่มันยิ่งกลายเป็นอาหารตา ที่แพงกว่าอาหารปาก
63. สวยนอกทรามใน มีมากมายทั่วไป ยิ่งกว่าสวยในทรามนอก, รู้จักเลือกให้ดี ๆ
64. โจรภัยสิบครั้ง ยังสูญเสียน้อยกว่าอัคคีภัยหนึ่งครั้ง, อัคคีภัยสิบครั้ง ไม่เท่ากิเลสภัยหนึ่งครั้ง
65. คนเมากับคนบ้า มาสัมมนากันเมื่อไร ก็อาจทำให้คนทั่วไป พลอยเป็นบ้า
66. การเตรียมต่อสู้ศัตรู อย่างถูกต้องครบถ้วนแล้ว ก็เท่ากับชนะศัตรูแล้วครึ่งหนึ่ง
67. ไม้อ่อนเด็กอ่อน ดัดง่าย, ไม่แก่เด็กแก่ ดัดยาก, ดังนั้น จึงควรดัดเสียแต่ยังอ่อน
68. ความโง่อย่างงมงาย ไม่ร้ายเท่าความฉลาดอย่างงมงมงาย หรืองมงายสองชั้น ระวังให้ดี ๆ
69. เสียใจก็กินเหล้า ดีใจก็กินเหล้า เฉยๆ ก็กินเหล้า นั้นคือผู้เตรียมตัวไปสู่โลหกุมภี
70. เมื่อเป็นพ่อแม่ด้วยตนเองแล้ว จึงจะรู้จักความรักอันแท้จริงของพ่อแม่ ที่มีต่อลูก
71. ผู้มีมารยาทแท้ ย่อมไม่ต้องระวังรักษามรรยาทอะไร อีกต่อไป
72. ความโศกเศร้า มิได้ทำให้ใครได้รับประโยชน์อย่างไร นอกจากทำให้ศัตรูของเขาดีใจ
73. ทางตรงอันโล่งแจ้ง ย่อมดีกว่าทางลัด จงพิจารณาทางตรง ก่อนที่จะคิดหาทางลัด
74. การปิดทองหลังพระ ได้บุญที่บริสุทธิ์แท้จริง ยิ่งกว่าปิดทองหน้าพระ และต่อหน้าคน
75. อย่าอวดเก่งให้มาก ไปกว่าสติปัญญาความสามารถ ซึ่งเป็นสิ่งมีขอบขีดอันจำกัด
76. แม้แต่สัตว์เดรัจฉาน ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก ก็ยังชอบกิริยาวาจา ที่สุภาพอ่อนหวานของมนุษย์
77. โชคร้าย ไม่ได้มาจากเทวดาผีสางอะไรที่ไหน แต่มาจากความประมาทไม่รอบคอบ ของบุคคลนั้นๆ เอง
78. ไม่มีใครทำอะไร ได้เกินสติปัญญาของตน, ถ้าขืนทำ ก็กลายเป็นขุดหลุมฝังตัวเอง
79. อันธพาล คือผู้ชอบเผชิญความชั่ว วิ่งหนีความดี ยิ่งกว่าหนูวิ่งหนีแมว
80. เสือ แม้จะเป็นสัตว์ดุร้าย ก็รักลูกเมียของมัน เท่ากับที่สัตว์อ่อนโยนชนิดอื่น มันรัก
81. นกมีหู หนูมีปีก, แต่คนที่ด่ามันเช่นนั้น กลับมีอยู่ทั่วไป ในโลกปัจจุบัน คือเป็นเสียเอง
82. ไม่ค่อยจะมีใครยอมรับว่า เราทุกคนในโลกเป็นญาติกันโดยธรรมชาติ ที่เป็นรากฐานของชีวิต
83. ฉลาดอย่างไม่ซื่อ ก็คือฉลาดไปเข้าคุกเข้าตะราง สุดปลายทางก็คือ นรก
84. ถ้าซื่อย่างไม่ฉลาด ก็คือเซ่อ เหมือนคนละเมอเดินไปตกบันไดตาย
85. พรุ่งนี้ มีไว้สำหรับแก้ไขข้อผิดพลาดของวันนี้ มิใช่เพื่อเสริมความผิดพลาด ให้สมบูรณ์เต็มที่
86. เงินมีคุณอนันต์ เมื่อใช้มันอย่างถูกต้อง, มีโทษอนันต์ เมื่อใช้มันอย่างเขลา ๆ
87. ในโลกนี้ การติดคุกหรือไม่ติดคุก มิได้เป็นเครื่องวัดความผิดถูก อันแน่นอน
88. การกระทำของตนเอง ก็ยังมิได้ถูกใจตนเองเสมอไป นับประสาอะไร จากการกระทำของผู้อื่น
89. เราล่วงเกินใคร ก็หวังให้เขาให้อภัย, ครั้นใครล่วงเกินเรา เราก็ลืมเรื่องการให้อภัย
90. ความสุขสำราญ ที่ไม่มีธรรมะเป็นรากฐาน ก็คือความทุกข์ทรมาน ที่กำลังรอเวลาอยู่
91. ชนะอย่างอันธพาล ก็คือการแพ้อย่างนักกีฬา, แต่ในสนามกีฬา เขาไม่ถือหลักกันอย่างนี้
92. การรู้เท่าจนเกินการณ์ ก็ให้ผลอย่างเดียวกัน กับความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
93. จงดำเนินชีวิตของท่าน ไปบนหนทาง ที่ส่องสว่างอยู่ด้วยแสงแห่งพระธรรม
94. เมื่อเราพอใจในอันตราย ที่มีเสน่ห์ฉาบบังไว้จนเราหลงไปว่ามิใช่อันตรายหากแต่เป็นลาภเป็นผลพึงปรารถนา
95. ตายไปโดยไม่มีความลับ ดีกว่ามีความลับติดตัวไป, เพราะเราไม่อาจตบตายมบาล
96. เห็นคนกินน้ำ เรารู้สึกอร่อยด้วยได้, ครั้นน้ำกินคน เราอร่อยด้วยไม่ได้, ยุติธรรมไหม?
97. รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี นั่นมีได้เฉพาะต่อเมื่อความรู้นั้น ประกอบไปด้วยธรรม
98. คนที่พอใจในการกระทำดีของตน อยู่ได้เสมอนั้น เป็นคนอายุยืน ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม
99. มิใช่ว่าเป็นมนุษย์แล้ว จะคิด – พูด – ทำ อย่างมนุษย์ไปเสียทุกอย่าง ทุกคน ก็หามิได้
100. เป็นมนุษย์ แต่อาจจะคิดอย่างอมนุษย์ก็ได้ นั่นแหละคือความสามารถพิเศษ ของจิต
101. ถ้าจะพูดอะไรให้เขาฟัง อย่าพูดด้วยเสียงดังเกินธรรมดา หูเขาจะอื้อฟังไม่ถูก